ส่องสถาปัตยกรรมมีชีวิต ผ่านมุมมองแห่งอารยธรรมในสิงคโปร์


"สิงคโปร์" หนึ่งในประเทศที่โดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัย แต่กลับซุกซ่อนไว้ด้วยกลิ่นอายในวันวาน พร้อมส่งผ่านอัตลักษณ์แห่งอารยธรรมอันแตกต่างที่หลอมรวมทุกมุมเมืองไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

สถานที่: เขื่อนมารีน่า (Marina Barrage)

นอกจากสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงโดดเด่นทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ในด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยเพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม จึงทำให้รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมการออกแบบในแต่ละชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นมีความแตกต่างกันไปตามมุมมองของอารยธรรมที่ต่างกัน ซึ่งเกิดจากคนหลากเชื้อชาติ หลายศาสนามารวมตัวกันภายในประเทศ ตั้งแต่สมัยช่วงสงครามโลกมาจนถึงปัจจุบัน จนปรากฎเป็นรูปแบบงานสถาปัตยกรรมอันแตกต่างจากหลายยุคหลายสมัย ซึ่งมีทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป สไตล์จีน สไตล์มาเลย์ และสไตล์ร่วมสมัยอื่นๆ ที่สามารถพบเห็นได้อีกมากมาย มากไปกว่านั้น ประเทศสิงคโปร์ ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาบ้านเมืองให้น่าอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย 

สถานที่: สนามบินชางงี (Changi Airport)

หากใครเคยเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ คงมีโอกาสได้สังเกตเห็นกันบ้างว่า ทุกๆ งานสถาปัตยกรรมและการออกแบบโครงสร้าง อาคาร หรือบ้านเรือนต่างๆ ในประเทศสิงคโปร์มักจะมีการสอดแทรกมุมมองของอารยธรรม ความคิด และชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความสอดคล้องกับธรรมชาติอยู่เสมอ โดยสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่ย่างก้าวแรกของการเข้าสู่ประเทศเลยก็คือ สถาปัตยกรรมภายในสนามบินชางงี (Changi Airport) ซึ่งนอกจากจะเป็นสนามบินนานาชาติหลักของประเทศสิงคโปร์ และเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางด้านการคมนาคมทางอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว สถาปัตยกรรมการออกแบบภายในสนามบินยังโดดเด่นไปด้วยพื้นที่สีเขียวชอุ่ม และมุมมองการจัดวางช่องแสงที่ลงตัว เสมือนชีวิตและธรรมชาติกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

สถานที่: Singapore

สถานที่: Singapore

แม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะมีอาณาเขตของพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่กลับสามารถจัดสรรพื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องด้วยเหตุผลหลักของประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ทำให้นำมาสู่แนวคิดการสร้างเมืองในสวน "City in the Garden" หรือการเปลี่ยนเมืองให้รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวธรรมชาติจากต้นไม้และดอกไม้ จึงไม่แปลกที่สองข้างทางท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าของตึกเมืองสูงลัดฟ้าจะโอบล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่อย่างรื่นรมย์

สถานที่: อุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Park)

ด้วยรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่มีแนวคิดอิงกับการออกแบบภูมิทัศน์ จึงทำให้มีการจัดวางพื้นที่สีเขียวไว้ในตำแหน่งที่กลมกลืนกับงานสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว ทั้งอาคารบ้านเรือน ตึก สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่สวนสาธารณะอย่าง Fort Canning Park หรืออุโมงค์ต้นไม้ที่แวดล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันเขียวขจีทั่วบริเวณ ซึ่งเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จึงทำให้บริเวณนี้มีการสร้างป้อมปราการและบังเกอร์ป้องกันไว้ด้วย ลักษณะอันโดดเด่นของของอุโมงค์ต้นไม้แห่งนี้ คือการออกแบบบันไดให้วนขึ้นด้านบนจนมีลักษณะเป็นวงกลม เมื่อยืนอยู่ในจุดมุมมองด้านล่างจะสามารถมองเห็นต้นไม้ใหญ่สีเขียวปกคลุมโดยรอบ พร้อมช่วยมอบความรู้สึกราวกับชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง

สถานที่: Cloud Forest (Gardens by the Bay)

จากนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองในอุทยาน จึงนำมาสู่การจำลองบรรยากาศธรรมชาติไว้ในอาคาร อย่าง Gardens by the Bay สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวมารีน่า (Marina Bay) โดยเป็นสถานที่รวบรวมพรรณไม้นานาชนิดจากทุกมุมโลกมาจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ภายในพื้นที่สวนประกอบไปด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกคือ Flower Dome การจำลองภูมิอากาศของสวนแบบแห้งและเย็นในภูมิภาคต่างๆ เช่น สวนเมดิเตอร์เรเนียน, สวนแคลิฟอร์เนีย, สวนออสเตรเลีย, สวนแอฟริกาใต้, สวนเบาบับ, สวนพืชอวบน้ำ, สวนอเมริกาใต้ และสวนโอลีฟ 
ส่วนที่สองคือ Cloud Forest เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมของพื้นที่สูงในเขตร้อนที่มีความชื้นสูง โดยการสร้างน้ำตกในร่มขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถเดินชมได้ตามเส้นทางที่ปกคลุมด้วยพืชไม้นานาพรรณ เช่น กล้วยไม้ เฟิร์น และสับปะรดสี

สถานที่: Supertree Grove (Gardens by the Bay)

สถานที่: Supertree Grove (Gardens by the Bay)

สำหรับรูปแบบของศิลปะสถาปัตย์ที่สามารถสื่อถึงแนวคิดชีวิตและธรรมชาติได้เช่นเดียวกันก็คือ Supertree ต้นไม้ยักษ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใน Gardens by the Bay ซึ่งนับเป็นสวนแนวตั้งขนาดใหญ่ที่มีความสูงเทียบเท่าอาคารขนาด 9 - 16 ชั้น นอกจากจะประดับประดาไปด้วยแสงไฟหลากสีที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมการแสดงแสงไฟในยามค่ำคืนแล้ว ต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ร่มเงาในตอนกลางวัน โดยมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสร้างพลังงานไฟฟ้าในตัวเองเพื่อให้แสงสว่างในตอนกลางคืน อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบน้ำสำหรับทำความเย็นให้กับพื้นที่โดยรอบด้วย

สถานที่: ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

สถานที่: ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

ไม่เพียงแค่การคำนึงถึงการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมที่ใส่ใจกับพื้นที่สีเขียวและทัศนียภาพโดยรอบเท่านั้น แต่ประเทศสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับรูปแบบของสถาปัตยกรรมในอดีตอันทรงคุณค่าที่ควรแก่การอนุรักษ์ โดยมีการปรับปรุงตึกรามบ้านช่องให้สมบูรณ์แบบในสภาพเดิมมากที่สุด เช่นเดียวกับอาคารเก่าในย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown) ซึ่งนับเป็นศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมของคนจีนในสิงคโปร์ โดยมีการถ่ายทอดรูปแบบทางวัฒนธรรมและศาสนาผ่านงานสถาปัตยกรรม อาหาร รวมถึงสินค้าที่มีจำหน่ายในย่านชุมชนอย่างน่าสนใจ

สถานที่: ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

รูปแบบงานสถาปัตยกรรมในศูนย์มรดกไชน่าชาวน์ของสิงคโปร์ โดดเด่นด้วยรูปแบบอาคารตึกแถวสามคูหาในสไตล์โคโลเนียล โดยมีการปรับปรุง เติมแต่งสีสันใหม่ให้สวยงาม แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมอันทรงคุณค่าไว้อย่างครบถ้วน บรรยากาศโดยรอบเปี่ยมไปด้วยภาพวิถีชีวิตในแบบฉบับของชาวจีน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปบ้างตามยุคสมัย แต่ก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายในวันวานที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทุกย่างก้าวของไชน่าทาวน์

สถานที่: ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศสิงคโปร์มีเชื้อสายจีน พื้นที่ส่วนใหญ่จึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนเป็นหลัก โดยมีไชน่าทาวน์เป็นใจกลางหลักของชุมชนเชื้อสายจีน ซึ่งรายล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย อาทิเช่น ศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมไชน่าทาวน์ ตลาดเก่าของชุมชน รวมถึงวัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) และพิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์

สถานที่: ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)

สถานที่: House of Tan Teng Niah (Little India)

ไม่ไกลกันจากย่านไชน่าทาวน์ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบชาวจีน ยังมีอีกหนึ่งชุมชนท้องถิ่นที่น่าสนใจซึ่งเต็มไปด้วยมรดกแห่งศาสตร์ศิลป์และวัฒนธรรมตามแบบฉบับชาวอินเดียที่น่าสนใจ อย่างย่านชุมชนที่มีชื่อว่า ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India) ซึ่งโดดเด่นไปด้วยรูปแบบงานสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสามารถสัมผัสบรรยากาศได้จากตึกรามบ้านช่องที่แต่งแต้มไว้ด้วยสีสันอันสดใส มีการผสมผสานทั้งรูปแบบของสถาปัตยกรรมเดิมและอาคารรูปแบบใหม่อย่างกลมกลืน โดยบางตึกอาคารก็มีการร้อยเรียงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินเดียในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านรูปแบบของเส้นสายงานศิลป์ที่ปรากฎบนผนังเพื่อให้ผู้คนผ่านไปมาได้พบเห็นและเรียนรู้ 

สถานที่: มัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque)

เนื่องจากประเทศสิงคโปร์มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากมาย จึงสามารถพบเห็นรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากสถาปัตยกรรมแบบจีนและอินเดียแล้ว ยังปรากฎรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมแบบมาลายู อย่าง มัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) มัสยิดเก่าแก่ของชาวมุสลิมในสิงคโปร์ที่โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมโดมสีทองขนาดใหญ่ ซึ่งตัดกับกับตัวอาคารสีขาว โดยมีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอินเดียและมัวร์ ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบในบริเวณนี้กลายเป็นถนนอาหรับ (Arab Street) ที่เต็มไปด้วยสีสันทางการค้าอันคึกคักย่านหนึ่งของประเทศสิงคโปร์

สถานที่: ฮาจิ เลน (Haji Lane)

ใครที่กำลังคิดว่าชีวิตยุคใหม่และกลิ่นอายในวันเก่าจะเข้ากันไม่ได้ อาจต้องลองมาสัมผัสบรรยากาศของสตรีทแฟชั่นที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในรูปโฉมของอาคารเก่าในซอย ฮาจิเลน (Haji lane) ซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านบูกิส (Bugis) โดยถนนในซอยนี้เป็นเพียงถนนสายสั้นๆ เหมาะสำหรับคนชอบ Street Art โดยเฉพาะ รูปแบบของอาคารโดยรอบโดดเด่นด้วยอาคารเก่ากลิ่นอายสไตล์ชิโนโปรตุกีส ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันสดใส ทั้งการวาดลายบนกำแพงแบบกราฟิตี้ 

สถานที่: มารีนา เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands)

ในขณะที่สถาปัตยกรรมแบบเก่ายังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบและงดงาม สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ก็ได้รับการออกแบบรูปทรงให้ดูแปลกตาและไม่ธรรมดาอย่าง มารีน่า เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands) โรงแรมสุดหรูที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารรูปเรือ โดยภายในอาคารมีการรวบรวมรีสอร์ทหรู ศูนย์การค้า สวนลอยฟ้า และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ รวมถึงจุดชมวิวเมืองสิงคโปร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าประทับใจ 

สถานที่: อ่าวมารีน่า (Marina Bay)

มากไปกว่านั้น ยังสามารถสัมผัสความสวยงามของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ตั้งตระหง่านริมอ่าวมารีน่าได้อย่างเต็มตาจากมุมสูงบน สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) หนึ่งในชิงช้าสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองได้อย่างเต็มตาทั้ง โรงแรมมารีนา เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands), พิพิธภัณท์ศิลปะวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum) ที่มีดีไซน์สวยงามสะดุดตา ในส่วนที่ยื่นออกมาของอาคารถูกเรียกว่าเป็นนิ้วมือ ด้านบนสุดถูกจัดวางเป็นตำแหน่งของช่องรับแสง โดยผนังทรงโค้งจะทำหน้าที่กระจายแสงภายในอาคารได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังสามารถมองเห็นตึกอาคารสูงซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรู และสำนักงานต่างๆ ท่ามกลางสีสันและบรรยากาศวิวเมืองสุดทันสมัยได้อย่างครบครัน
เรียกได้ว่า ไปเยือนสิงคโปร์แม้เพียงครั้งเดียวก็สามารถสัมผัสได้ทั้ง รูปแบบของสถาปัตยกรรมอันแตกต่างตามยุคสมัย ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ธรรมชาติ และระบบการวางผังเมืองที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถหลอมรวมงานสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้าง และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว 

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

11-10-2017 (6704)

Category List

Other Idea


Nuvola Caffè Milanese ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งศิลปะเคล้าอาหารอิตาเลียนเลิศรส

Nuvola Caffè Milanese ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งศิลปะเคล้าอาหารอิตาเลียนเลิศรส

หากเปรียบรสชาติอาหารเป็นศิลปะที่เกิดจากการรังสรรค์อย่างประณีตของเชฟ บรรยากาศและสิ่งต่างๆโดยรอบก็เปรียบเสมือนสีสันที่ช่วยให้ศิลปะแห่งมีอาหารสมบูรณ์แบบและสวยงามมากยิ่งขึ้น

หลากสไตล์มุมพักผ่อน แค่ขยับ ก็ปรับเปลี่ยน

หลากสไตล์มุมพักผ่อน แค่ขยับ ก็ปรับเปลี่ยน

จะมีมุมไหนในบ้านที่ให้คุณรู้สึกผ่อนคลายในระหว่างวันได้ดีไปกว่า มุมนั่งเล่นพักผ่อน ซึ่งนอกจากจัดวางด้วยโซฟานุ่มๆ หรือเก้าอี้ที่นั่งสบายสักตัวแล้ว พื้นที่นี้ยังสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

นั่งชิลล์ ใกล้ ม.บูรพา หน้ามน หนมหวาน@บางแสน

นั่งชิลล์ ใกล้ ม.บูรพา หน้ามน หนมหวาน@บางแสน

สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศเท่ๆ ของร้านขนมหวาน ที่ได้รับการออกแบบให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายอินดัสเทรียล ภายใต้คอนเซ็ปต์ผสมผสานความเป็นธรรมชาติไว้อย่างลงตัว

Desert Garden จัดสวนกระบองเพชรแบบเมืองร้อน

Desert Garden จัดสวนกระบองเพชรแบบเมืองร้อน

บ่อยครั้งที่การจัดสวนกลายเป็นเรื่องยาก เพราะสภาพแวดล้อมของอากาศที่ร้อนจัดและต้นไม้ที่ไม่เหมาะกับภูมิอากาศ คงจะดีกว่าถ้ามุมสวนในบ้านคุณจะมาพร้อมแบบสวนที่สวยงาม และสามารถทนทานกับสภาพอากาศโดยรอบบ้านได้มากขึ้นกว่าเดิม