Sri the Shophouse คาเฟ่สไตล์มินิมอลที่แปลงโฉมจากตึกแถวในย่านเมืองเก่าของภูเก็ต(Submit Your Work#379)


จากตึกเก่ารกร้างอายุกว่าหลายปีของย่านชุมชนเก่าในภูเก็ต ถูกแปลงโฉมสู่คอมมูนิตี้เล็กๆ คาเฟ่ ขายของแฮนด์เมด และแกลลอรี่ขนาดย่อมโชว์ผลงานศิลปินพื้นถิ่น

Design:Eco Architect

Design: Eco Architect

ในย่านเมืองเก่าของจังหวัดภูเก็ตที่เต็มไปด้วยร่องรอยสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีสจนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และความรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน ทำให้นักธุรกิจชาวเกาหลีและชาวญี่ปุ่น คุณ Byul Kim และ คุณ Daisuke Natsumi ผู้หลงใหลในศิลปะการชงกาแฟและการทำอาหาร สนใจอยากเปิดร้านอาหารให้ออกมาแบบที่ฝันไว้ เริ่มจากทั้งคู่ตระเวนหาอาคารจนมาถูกใจตึกแถวเก่าภายในซอยสุ่นอุทิศ ย่านชุมชนเก่า ซึ่งถูกปล่อยรกร้างมานาน อีกทั้งยังเป็นซอยตัน และแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินเข้าไป จึงนำมาสู่การพลิกฟื้นอาคารตึกแถวเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่สไตล์มินิมอล ภายใต้ชื่อ Sri the Shophouse นับว่าเป็นงานท้าทายฝีมือของสถาปนิกจาก Eco Architect  ที่เข้ามาดูแลตั้งแต่รีโนเวทโครงสร้าง ตลอดไปจนถึงการตกแต่งภายใน เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาได้อย่างไร และทำให้ย่านนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นสีขาวเรียบๆ มีความโดดเด่นแต่ไม่แปลกแยกจากบริบทโดยรอบมากนัก การออกแบบภายในร้านจึงเน้นความโปร่งสบายผ่านผนังกระจก ทะลายข้อจำกัดของตึกแถว นำแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้อาคารไม่มืด ไม่ร้อน เย็นสบาย สถาปนิกเล่าถึงคอนเซ็ปต์ว่า ที่ตั้งของโปรเจคนี้อยู่ในย่านชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต ที่มีบ้านแถวสไตล์ชิโนยูโรเปียนสลับกับบ้านแถวสมัยใหม่ ในซอยสุ่นอุทิศก็เช่นกัน อาคารบ้านแถวส่วนใหญ่จะถูกใช้งานเป็นพื้นที่ค้าขายกึ่งอยู่อาศัยในรูปแบบของ Shophouse มีลักษณะเป็นห้องแถวแคบและยาวมากคือ กว้าง 4 เมตร ยาว 35-100 เมตร เป็นบ้านแถว 2 ชั้น จำนวน 3 บล็อกต่อกันตามความยาวของที่ดินโดยแต่ละบล็อกจะถูกคั่นด้วย คอร์ทหรือช่องแสงเป็นช่วงๆ ซึ่งจะเป็นแบบนี้เกือบทุกหลัง จึงพยายามเก็บอารมณ์ของคอร์ทหรือช่องแสงเอาไว้ (sense of space) และนำมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านกิจกรรมและรูปแบบการใช้งานใหม่ 

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

ด้วยความที่ซอยนี้เป็นซอยตัน การจะทำคาเฟ่และร้านอาหารอย่างเดียวอาจไม่ดึงดูดและน่าสนใจพอจะให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากนัก เจ้าของและสถาปนิกจึงคิดร่วมกันให้ Sri the Shophouse แห่งนี้ เปรียบเสมือนคอมมูนิตี้เล็กๆ มีแกลลอรี่ขนาดย่อมให้ศิลปินพื้นถิ่นได้โชว์ผลงาน รวมไปถึงขายงานแฮนด์เมด เพื่อให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจานี้ชื่อของร้านยังแฝงไปด้วยความหมายมากมาย ที่บอกเล่าเรื่องราวได้เป็นอย่างดี คำว่า Sri the Shophouse  มาจาก Sri หรือ สี มาจากอัตลักษณ์ของอาคารที่เน้นแสงเงาเกิดมิติกลายเป็นสีต่างช่วงเวลา ซึ่งในแต่ละโซนจะมีคาแรคเตอร์ของสีที่แตกต่างกันออกไปตามคำพ้องเสียง คือ C/She/Si/See C สื่อถึงร้านกาแฟ (มาจากคำว่า coffee) ทางร้านใช้แก้วกระดาษ ฝา และหลอดที่ทำจากวัสดุ PLA สามารถย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม She หรือ she the store (ขายของแฮนด์เมดสำหรับผู้หญิง) ไร้สารเคมีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Si ร้านอาหาร  si เป็นเมนู pasta ในภาษาอิตาลี ส่วน See แกลลอรี่ คือพื้นที่แสดงงานศิลปะของศิลปินในท้องถิ่น หรือคนในชุมนที่อยากจะปล่อยของ ทั้งหมดนี้ยังสอดคล้องไปกับสไตล์ของผู้ออกแบบที่เน้นรูปแบบของสถาปัตยกรรม Eco อีกด้วย

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

การตกแต่งภายในมาพร้อมแนวคิด การนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคารผ่านคอร์ททั้ง 3 โซน และการระบายอากาศแบบ stack ventilation ทั้งหมดนี้ออกแบบโดยผ่านการเล่าเรื่องของสีที่เกิดจากแสง ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านสัมผัสได้ถึงธรรมชาติมากขึ้น สามารถมองเห็นแสงสอดผ่านเข้ามาในช่วงเวลากลางวัน และมองเห็นสายฝนโปรยปรายได้ เมื่อเข้ามาภายในโซนแรกจะพบกับโซนร้านกาแฟ นำเสนอในรูปแบบของสไตล์มินิมอลผสมผสานเข้ากับโทนสีอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้สีธรรมชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว เคาน์เตอร์ชงกาแฟสีขาวเรียบง่าย ส่วนโต๊ะเก้าอี้จัดออกมาในบรรยากาศสบายๆเช่นกัน ออกแบบม้านั่งบิลท์อินยาวขนาดไปกับผนัง แล้ววางโต๊ะสำหรับลูกค้า เพดานดับเบิ้ลสเปซมองเห็นชั้นลอย

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

จากโซนร้านกาแฟเมื่อผ่านประตูกระจกเข้ามา คือโซน she the shop บริเวณขายงานแฮนด์เมดและผลิตภัณฑ์แบรนด์ที่เจ้าของร้านทำขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์สีชมพูหวานๆ ดูมินิมอลเกาหลี เรียบ น้อย มีสไตล์ ผ่านองค์ประกอบของแสงและเงา ทำให้ผู้สนใจที่เข้ามารับรู้ถึงความสว่างและความมืดของแสงที่ส่องเข้ามากระทบ พื้นปูนขัดมัน เข้ากันดีกับผนังสีชมพูอ่อนๆ แล้วจัดสวนกระบองเพชร โรยหินสีขาวรอบๆเพิ่มชีวิตชีวา

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

ต่อเนื่องไปยังโซนร้านอาหารด้านในสุด ออกแบบในบรรยากาศกึ่งเอาท์ดอร์ โดยดึงความเป็นธรรมชาติของสวนสไตล์ทรอปิคอลเข้ามาใช้ ผ่านการวางเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่กระจัดกระจายไปตามจุดทั้งชั้นล่างและชั้นบน ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาแม้จะนั่งทานอยู่ในร้านตึกแถว สถาปนิกยังได้เล่าต่ออีกว่า โซนนี้ออกแบบให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เอื้อให้ฝน แดด นก และแมลง เข้ามาได้ การตกแต่งเน้นใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสจริง อาทิ เช่น ผนังออกแบบปูนเปลือยเรียบๆ และเหล็ก แฝงไปด้วยกลิ่นอายของสไตล์อินดัสเทรียล ไม่ว่าจะเป็น บันไดวนเหล็กทางเดินขึ้นลง โคมไฟติดผนัง รวมไปถึงซุ้มประตูโค้งมน แต่ก็แทรกด้วยความผ่อนคลายของวัสดุไม้จากเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์ทันสมัย โต๊ะเก้าอี้ถูกวางในตำแหน่งพอดีๆ ไม่อึดอัด ให้ลูกค้าเลือกนั่งตามใจชอบ หากใครอยากนั่งพื้นในบรรยากาศสบายๆ ก็สามารถเลือกนั่งบริเวณชั้นสองได้

Design: Eco Architect

โซนสุดท้ายคือโซนแกลลอรี่ อยู่บริเวณชั้นลอย พื้นที่โชว์ผลงานศิลปะ เพิ่มลูกเล่นด้วยการติดไฟนีออน วางเก้าอี้ไม้สำหรับวางภาพผลงาน

Design: Eco Architect

Design: Eco Architect

สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  EcoArchitect Co.,Ltd. โทร 081- 270 - 3450 อีเมล eco.arch.phuket@gmail.com หรือ https://th-th.facebook.com/Eco-Architect-415611738497329/
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Eco Architect

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

14-04-2020 (7828)

Category List

Other Idea


อพาร์ทเม้นท์เก๋ ดีไซน์ชิค อบุอ่น

อพาร์ทเม้นท์เก๋ ดีไซน์ชิค อบุอ่น

อพาร์ทเม้นท์ทันสมัยสะท้อนให้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนหนุ่มสาวที่พ่วงมาด้วยลูกน้อยทั้งสอง ตามมาดูบรรยากาศน่ารักสุดคูลที่ไม่ว่าจะมุมไหนๆลงตัวไม่มีที่ติกันค่ะ

12 ไอเดีย 12 พื้นที่น่านั่งในสวน สไตล์คอทเทจ

12 ไอเดีย 12 พื้นที่น่านั่งในสวน สไตล์คอทเทจ

ห้องทำงานก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย และความเป็นส่วนตัวเพื่อให้มีสมาธิอย่างเต็มที่ และถ้าอยู่ในสวนหละจะเป็นยังไง มาค้นหากับ 12 แรงบันดาลใจต่อไปนี้พร้อมๆกันเลย

แต่งบ้านให้ผ่อนคลาย หลบเร้นกายจากชีวิตเมือง

แต่งบ้านให้ผ่อนคลาย หลบเร้นกายจากชีวิตเมือง

วิถีของคนเมืองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยตึกสูงและความวุ่นวาย จึงไม่แปลกที่บางเวลาเราคงนึกอยากหลีกหนีความวุ่นวายนี้ไปซุกตัวอยู่ในที่สงบๆ สักที่ และคงจะดีหากที่แห่งนั้นเป็นบ้านของเราเอง

หลังคาบ้านทรงไทยประยุกต์ ที่ผู้ใช้ต่างรู้จริง…รักจริง

หลังคาบ้านทรงไทยประยุกต์ ที่ผู้ใช้ต่างรู้จริง…รักจริง

หากจะถามว่าความฝันสูงสุดของใครหลายคนคืออะไร? เชื่อว่า “บ้าน” ต้องมาเป็นคำตอบอันดับแรกๆแน่นอน เพราะนี่เปรียบเสมือนเป็นฝันชิ้นใหญ่ที่ต้องลงทุนทั้งแรงกายแรงใจกว่าจะได้มันมา เรียกได้ว่าต้องพิถีพิถันในการเลือกวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นเลยก็ว่าได้