Beijing 2018......ย้อนดูสถาปัตยกรรมแห่งวันวาน และอนาคต ณ เมืองปักกิ่ง


ปักกิ่ง...เมืองที่รุ่มรวยไปด้วยสถานที่แห่งประวัติศาสตร์อันงดงาม ท่ามกลางความทันสมัยในบรรยากาศของเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัย ซึ่งพร้อมอวดโฉมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจโดยไม่เป็นสองรองใคร

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

นานมาแล้วที่ดินแดนในกรุงปักกิ่งเดินทางผ่านกาลเวลากว่า 3,000 ปี บนเส้นทางสายประวัติศาสต์ของชาติที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และงานสถาปัตยกรรมอันโด่งดังที่สะท้อนถึงคุณค่าแห่งความงามและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแผ่นดินจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองราชธานีถึง 6 ราชวงศ์ และเป็นเมืองหลวงสำคัญในยุคสมัยปัจจุบัน วันนี้ forfur จึงขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมสุดประณีตสไตล์จีนโบราณในอดีตของประเทศจีน ณ เมืองปักกิ่งกันอีกครั้ง

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรบนกำแพงเมืองจีน 
กำแพงเมืองจีนนับเป็นงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ของเมืองปักกิ่งที่สร้างขึ้นจากอิฐ ก้อนหิน และไม้แข็ง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบต่างๆ โดยมาพร้อมระดับความสูงตามแนวภูเขาที่มีความยาวกว่า 20,000 กิโลเมตร โดยใช้เวลาการก่อสร้างยาวนานถึงสามราชวางศ์ ซึ่งตลอดเส้นทางล้วนรายล้อมด้วยธรรมชาติจากป่าเขาอันงดงาม สลับกับแนวทางเดินที่สูงชันในบางช่วงตามทิวเขา จึงทำให้ผู้เดินทางมาเยือนสามารถสัมผัสบรรยากาศของงานสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ในอดีตได้อย่างเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยสัมผัส 

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

กรุ่นกลิ่นแห่งกาลเวลาในพระราชวังต้องห้าม
พระราชวังต้องห้าม หรือที่คนจีนเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "กู้กง" ซึ่งหมายถึงพระราชวังเดิม และเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับสามัญชนทั่วไปในอดีต สถาปัตยกรรมภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์ขนาดใหญ่บนพื้นที่อันกว้างขวางราว 720,000 ตารางเมตร มาพร้อมหลังคาขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง พร้อมประดับประดาด้วยภาพสีสวย เพดานด้านบนเป็นลายสีสดงดงาม ฐานและราวกั้นต่างๆ ตกแต่งด้วยงานหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ สำหรับแผนผังของพระราชวังหลวงได้รับการออกแบบด้วยเส้นกลางแบ่งเป็นสองเขตที่มีสัดส่วนเท่ากัน โดยสิ่งก่อสร้างบนเส้นแกนกลางจะมีขนาดสูงใหญ่และสง่างามมากกว่า ส่วนสิ่งก่อสร้างบริเวณด้านข้างทั้งสองจะมีขนาดเล็กกว่า มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในพระราชวังหลวงออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของวังหน้า และวังหลัง โดยใช้พื้นที่ด้านหน้าเป็นที่ว่าการและสถานที่สำหรับจัดพิธีสำคัญต่างๆ ส่วนวังหลังถูกใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิ พระราชินี และพระสนมต่างๆ พื้นที่ใช้สอยภายในพระราชวังประกอบไปด้วยอาคารมากถึง 800 หลัง เรียงรายไปด้วยห้องต่างๆ มากถึง 9,999 ห้อง อีกทั้งยังมีสวน รวมถึงลานกว้างอีกมากมาย ซึ่งโอบล้อมไว้ด้วยคูและกำแพงสูงถึง 11 เมตร และด้วยความยิ่งใหญ่ที่อบอวลไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมจีนโบราณ จึงทำใพระราชวังต้องห้ามได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นหนึ่งในมรดกของโลกที่สำคัญ 

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน ตำนานสุดท้ายแห่งราชวงศ์จีน
พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน เดิมเป็นวังหลวงและสวนดอกไม้ของพระเจ้ากุบไลข่าน ต่อมากษัตริย์ราชวงศ์ชิงทรงใช้เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานหนีความร้อนจากพระราชวังหลวงในเมืองปักกิ่ง ในอดีตพระราชวังนี้ถูกทำลายลงถึง 2 ครั้ง โดยได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยพระนางซูสีไทเฮาทั้ง 2 ครั้ง สำหรับพระราชวังแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบคุนหมิงที่ได้รับการสั่งให้ขุดขึ้นโดยพระนางซูสีไทเฮา และมีการนำดินไปถมเป็นภูเขาเพื่อสร้างวัง หรือที่เรียกว่า “ว่านโซวซ่าน” (ภูเขาหมื่นปี) ซึ่งเรียงรายไปด้วยตำหนักน้อยใหญ่หลายหลัง พร้อมสวนดอกไม้กว่า 300 แห่ง มีลานกว้างที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยระเบียงทางเดินริมทะเลสาบฉางหลาง ซึ่งถือเป็นระเบียงที่มีความยาวมากที่สุดในโลก โดยมีหลังคาคลุมตลอดทางจากพระตำหนักตะวันออกไปยังเรือหินอ่อนของพระนางซูสีไทเฮาทางตะวันตก ซึ่งมีความยาวรวม 777 เมตร แบ่งเป็นคานขวาง 273 ช่วง สลับกับศาลา 4 หลัง บนผนังมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับเทพนิยายของจีนหลายเรื่อง รวมทั้งภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

ตำหนักฉีเหนียนเตี้ยน สถาปัตยกรรมแห่งอารยธรรมจีน
ตำหนักฉีเหนียนเตี้ยน หรือตำหนักสักการะ มาพร้อมความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรงกลมขนาดใหญ่ ตามความเชื่อที่ว่าทรงกลมหมายถึงโลกมนุษย์ ซึ่งมาพร้อมอาคารไม้ทรงกระบอกสูง 40 เมตร ขนาด 3 ชั้น บนหลังคาไม่มีคานไม้ มุงด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินเข้มที่หมายถึงดินแดนแห่งสวรรค์ ภายในอาคารมีเสากลางขนาดใหญ่จำนวน 4 ต้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลทั้ง 4 ภายนอกชั้นแรกมีเสา 12 ต้น ซึ่งเป็นตัวแทนของเดือนทั้ง 12  และ 12 ต้นที่อยู่ภายนอกสุดแทนความหมายของ 12 ชั่วยามในหนึ่งวัน พื้นที่ด้านในได้รับการตกแต่งฝ้าเพดานเป็นรูปมังกร 9 ตัว ด้านในตำหนักโดดเด่นด้วยบัลลังก์มังกรและป้ายจารึกเทพบิดรผานกู่ตั้งอยู่

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

จัตุรัสเทียนอันเหมิน ประตูเปลี่ยนผ่านกาลเวลา
จัตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 4 ในประเทศจีน สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่าล้านคนสำหรับงานเฉลิมฉลองในวันชาติจีน อีกทั้งยังเป็นประตูทางเข้าสู่พระราชวังต้องห้าม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน โดยคำว่าเทียนอันเหมิน แปลว่า สงบดังอยู่ในสรวงสวรรค์ บริเวณพื้นที่ด้านนอกโดยรอบเป็นลานซีเมนต์ขนาดใหญ่ถึง 275 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวังต้องห้าม มีการใช้พื้นที่สำหรับประกอบพิธีสำคัญและงานชุมนุมใหญ่ของประเทศ บริเวณพลับพลาของประตูเทียนอันเหมินมาพร้อมการตกแต่งโทนสีแดง พร้อมประดับด้วยรูปภาพขนาดใหญ่ของประธานเหมาเจ๋อตุงเหนือซุ้มประตูเทียนอันเหมิน

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

วัดลามะ ความงามแห่งศรัทธาทางวัฒนธรรม
วัดลามะ หรือที่เรียกว่า วัดองค์ชายสี่ และยงเหอกง เป็นวัดที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโบราณสถานที่ผสมผสานวัฒนธรรมทั้ง 4 สายหลักของจีนได้อย่างงดงามและลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะวัฒนะธรรมแบบฮั่น, มองโกล, แมนจู และธิเบต โดยผู้มาเยือนสามารถสัมผัสวัฒนธรรมการไหว้พระแบบชาวธิเบต รวมทั้งชาวจีนเชื้อสายธิเบตที่เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้ได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการคุกเข่า ก้มตัว และนอนราบกราบไปบนพื้นตลอดเส้นทางสักการะ

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

วิหารว่านฝูเก๋อ สถานที่แห่งศรัทธาอันล้ำค่า
วิหารว่านฝูเก๋อ หรือ วิหารหมื่นสุข เป็นวิหารสำคัญที่ประดิษฐานสมบัติล้ำค่ามากมาย โดยเฉพาะรูปแกะสลักของพระศรีอริยเมตไตรย พระพุทธรูปแบบธิเบตปางยืน ที่ได้รับการแกะสลักจากไม้จันทร์หอมสีขาว ซึ่งมีขนาดสูงใหญ่ถึง 26 เมตร โดยมีส่วนที่อยู่บริเวณใต้ดิน 8 เมตร และส่วนที่อยู่เหนือพื้นดิน 18 เมตร และมีน้ำหนักรวมกว่า 100 ตัน จึงทำให้รูปแกะสลักนี้ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คว่าเป็นพระไม้แกะสลักจากไม้ต้นเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

สวนจิงซาน สวนอันงดงามแห่งจักรวรรดิจีน
สวนจิงซาน เป็นสวนขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือฝั่งตรงข้ามของพระราชวังต้องห้าม โดยมีจุดเด่นคือ เขาสูงจำนวน 5 ยอด ซึ่งหมายถึงธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ทอง, น้ำ, ไม้, ไฟ และดิน มีการสร้างภูเขาขึ้นจากการขุดลอกคลองทั้ง 4 ด้านของพระราชวังต้องห้าม

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

Olympic stadium สถาปัตยกรรมสุดล้ำสมัยแห่งอนาคต
หากพระราชวังต้องห้ามเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในยุคอดีตของเมืองปักกิ่ง Olympic stadium  หรือสนามกีฬารังนกก็นับว่าเป็นแลนด์มาร์คสุดล้ำสมัยในยุคปัจจุบันที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Herzog & DeMeuron สวิสเซอร์แลนด์ ร่วมกับสถาบันออกแบบสถาปัตยกรรมจีน โดยครอบคลุมพื้นที่ราว 258,000 ตร.ม. มาพร้อมขนาดความจุมากถึง 1 แสนที่นั่ง

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong| K. Pasinee Tiensuksai| K. Buranapat Wongcharoenchai

เฉียนเหมิน ถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่ผสานความเก่าและใหม่อย่างลงตัว
ถนนคนเดินเฉียนเหมินเป็นถนนคนเดินขนาดสั้นๆ ที่มีความยาวไม่ถึง 1 กิโลเมตร เรียงรายไปด้วยร้านรวงแนวช้อปปิ้งสตรีทท่ามกลางตึกดีไซน์เก่าสุดคลาสสิกกว่า 100 ปี นับเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าสัญชาติมังกรระดับแนวหน้าของจีน สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารรูปทรงโบราณขนาด 2 ชั้น ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนผสมตะวันตก ซึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาารเบเกอร์รี่ และช็อปแบรนด์ดัง พร้อมรวบรวมอาหารและของว่างสไตล์จีนแท้ๆ ไว้ในโซนนี้อีกด้วย 

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

15-10-2018 (7202)

Category List

Other Idea


The Calming court สวนแห่งความสุขในบรรยากาศเงียบสงบ (Submit Your Work#276)

The Calming court สวนแห่งความสุขในบรรยากาศเงียบสงบ (Submit Your Work#276)

คนส่วนใหญ่ชอบภาพรวมที่ดูเรียบง่ายไม่ยุ่งเหยิง จึงเลือกการจัดสวนสไตล์โมเดิร์น รายละเอียดน้อยแต่ดูอบอุ่นไม่เบื่อ

แต่งห้องนั่งเล่นให้ใช้งานได้หลากหลาย

แต่งห้องนั่งเล่นให้ใช้งานได้หลากหลาย

นิยามความสบายใจในเวลาผ่อนคลายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจมีความสุขกับการนั่งเงียบๆ ใกล้ธรรมชาติ หลายคนอาจจะชอบการนั่งพักผ่อนพร้อมหนังสือเล่มโปรด หรือบางคนอาจแฮปปี้กับช่วงเลาดีๆ ที่ได้นั่งเล่นพร้อมอาหารจานเด็ด

สวนข้างบ้าน ทุกตารางนิ้วแห่งความสุข (Submit Your Work#277)

สวนข้างบ้าน ทุกตารางนิ้วแห่งความสุข (Submit Your Work#277)

คงจะดีไม่น้อย หากมีสวนแสนสบายรายล้อมตัวบ้าน ให้ออกไปพักผ่อน ออกไปสูดอากาศดีๆของยามเช้าอันบริสุทธิ์รับลมนอกบ้าน เช่นเดียวกับบ้านหลังนี้...

แปลงโฉมบ้านเก่าให้สวยด้วยหลังคาใหม่ พร้อมจบปัญหารั่วซึมที่กวนใจ กับ SCG Roof Renovation

แปลงโฉมบ้านเก่าให้สวยด้วยหลังคาใหม่ พร้อมจบปัญหารั่วซึมที่กวนใจ กับ SCG Roof Renovation

หากบ้านคือวิมานแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว การได้อยู่อาศัยภายในบ้านที่สวยงามและปลอดภัย ก็สามารถเติมเต็มช่วงเวลาของการใช้ชีวิตให้งดงามไปด้วยภาพแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจ