ไปไร่ - ไปนา Gallery and farmstay คาเฟ่กลางสวนมะม่วง@ท่าตะเกียบ


บรรยากาศของควันรถในเมือง ทำให้หลายคนโหยหาธรรมชาติ รวมถึงอาจาร์ยมหาวิทยาลัยที่เลือกลาออกจากงานประจำ แล้วกลับมาบ้านเกิด เพื่อพัฒนาไร่ของตนเองให้กลายเป็นร้านกาแฟสไตล์ฟาร์มสเตย์ ไปทำความรู้จักกับร้านน่ารักๆนี้กันค่ะ
ฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพเพียงนิดเดียว สถานที่ขึ้นชื่อเมื่อมาแล้วต้องไปก็คือ วัดโสธรวราราม วรวิหาร วัดประจำจังหวัดคู่เมืองแปดริ้ว ทุกๆวันจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาสักการะ หลวงพ่อพุทธโสธร ไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีวัดวาอารามอื่นๆ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปมากมาย แต่ครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอำเภอท่าตะเกียบ อำเภอที่ตั้งอยู่สุดแดนด้านตะวันออกของจังหวัด ภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม้ ภูเขา รวมไปถึงมีอ่างเก็บน้ำ ผู้คนส่วนใหญ่เน้นทำเกษตรกรรม ทำให้กลายเป็นอีกอำเภอน่าเที่ยวเชิงเกษตร เมื่อเร็วๆนี้มีคาเฟ่น้องใหม่ แม้จะเปิดได้ไม่นาน แต่ชวนให้ไปเช็คอินมากๆ กับ ไปไร่ - ไปนา Gallery and farmstay ร้านกาแฟท่ามกลางสวนมะม่วงของครอบครัว กับแรงบันดาลใจที่ว่า...อยากหลีกหนีลาออกจากงานประจำแล้วกลับมาอยู่บ้านเกิดเพื่อดูแลคุณแม่ โดยนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาต่อยอด พัฒนาไร่ จนกลายเป็นร้านกาแฟแห่งนี้
เดิมทีแล้วผืนดินนี้เป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว แต่ถูกแบ่งโซนเพื่อทำร้านกาแฟ โดยนำผลผลิตต่างๆจากในไร่ ในนา มาทำเป็นอาหารสไตล์โฮมเมค ไม่ว่าจะเป็นผักสดๆเก็บจากไร่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่จากแปลงนาของตัวเอง นอกจานนี้ภายในร้านยังมีจัดแสดงศิลปะของครอบครัว เนื่องจากครอบครัวชื่นชอบและร่ำเรียนมาทางด้านศิลปะและการออกแบบ จึงสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านการเล่าเรื่อง บนพื้นที่ 120 ตารางเมตรที่ถูกแบ่งโซนออกมา ตัวร้านถูกออกแบบในสไตล์โรงนาสีขาวหลังคาหน้าจั่ว รายล้อมไปด้วยสวนผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระท้อน เงาะ ทุเรียน น้อยหน่า เสาวรส ลำไย ร้านกาแฟจึงเป็นเสมือนตัวกลางต่อยอดผลผลิตจากทางไร่ เริ่มแรกเพียงอยากมีร้านเพื่อต่อยอดผลผลิตทางเกษตร แต่ยังไม่มีผลผลิตมาก จึงทำเป็นร้านกาแฟสไตล์บ้านทุ่งไปก่อน เจ้าของเล่าว่า ชอบดื่มกาแฟมากๆผนวกเข้ากับรักการตกแต่งบ้านเป็นทุนเดิม ร้านจึงถูกออกแบบมาในสไตล์ที่ตนชื่นชอบ
ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด หลังจากได้ทำการปรึกษากับช่างโดยตีราคาค่อนข้างสูง " ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดจากเงินเก็บของเรา และการพูดคุยเจรจากับช่างก่อสร้างที่เสนอราคามาค่อนข้างสูงสำหรับเรา 2 คน ในพื้นที่ 120 ตารางเมตร เรา 2 คนจึงตกลงกันว่าจะสู้ด้วยกัน จะทำด้วยกัน ในทุกๆขั้นตอนตั้งแต่ขึ้นเสาเอก จนมาถึงงานเล็กๆน้อยๆ ในร้าน คือการลงมือทำของ 2 เราทั้งนั้น งานที่ยากที่สุดคืองานคานดิน การวางฐานราก ส่วนงานที่ง่ายที่สุดคงน่าจะเป็นงานไม้ เราเลือกที่จะไม่ฉาบปูน ไม่ใช่เพราะต้องการประหยัดหรือโชว์วัสดุ แต่เราทำไม่เป็น ลองแล้วมันออกมาไม่สวย อะไรที่ทำไม่ได้ก็ตัดออก " ทำให้ตัวร้านดูออกมาเรียบง่ายแต่มีเรื่องราว
หน้าร้านตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้ เมื่อเข้ามาภายในร้านตกแต่งในบรรยากาศโปร่งสบายแบบโอเพ่นแอร์ มีเพดานสูงโปร่ง ความรู้สึกแรกคือความอบอุ่น โดยเน้นตกแต่งด้วยโทนสีขาว ประกอบกับการนำวัสดุประเภทไม้มาตกแต่ง ทำเป็น ประตู หน้าต่าง เคาน์เตอร์ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์จำพวก โต๊ะ เก้าอี้ ล้วนเป็นงาน DIY ฝีมือเจ้าของร้าน เพราะเคยเป็นอาจาร์ยสอนสายนี้ แล้วยังมีการนำงานหัตถกรรมพื้นบ้านมาเป็นพร็อพประดับในจุดต่างๆ สะท้อนความเป็นบ้านไร่ ไม่ว่าจะเป็น กระด้ง โคมไฟงานสาน งอบ เป็นต้น และยังติดผ้าม่านสีขาวเพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยทางร้านจัดที่นั่งไว้หลายโซน มีโต๊ะบาร์ด้านนอกสำหรับมาเดี่ยวหรือมาเป็นคู่ ต้องการจิบกาแฟพร้อมชมบรรยากาศของสวน หรือจะเป็นมุมโต๊ะขนาดใหญ่ลูกค้าแก๊งเพื่อนหรือครอบครัว มากไปกว่านั้นยังมีแคร่กลางสวน หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศทำตัวกลมกลืนไปกับบ้านไร่ก็เลือกนั่งโซนนี้ได้เลย
ชั้นวางติดผนังทำเอง อีกไอเดียเด่นเห็นจะเป็นการนำไม้สอยผลไม้มาประดับเก๋ๆ
อย่ามองตาได้ไหมถ้าเธอไม่แคร์
ตกแต่งผนังด้วยการวาดภาพน่ารัก ดูเข้ากันสุดๆ
โซนเอาท์ดอร์ตกแต่งในบรรยากาศน่ารักมากๆ ผนังไม่ฉาบปูนแต่เน้นทาสี แล้ววาดรูปบนผนังในคอนเซ็ปต์ชาวสวนฝีมือเจ้าของร้านเหมือนเดิม เข้ากับบรรยากาศของร้านมากๆ เปี่ยมไปด้วยงานศิลปะและงานฝีมือสุดสร้างสรรค์
สะพานไม้ยาวจากร้านสู่สวน
ส่วนเมนูอาหารจะเป็นอาหารง่ายๆ สไตล์โฮมเมด ราคาประหยัดไม่เกิน 60 บาท เพราะทางร้านไม่ได้ใช้ต้นทุนสูง ข้าวก็ปลูกเอง มีโรงสีเล็กๆสีข้าวเอง ผักก็เก็บสดๆหลังร้าน เพื่อให้คนในละแวกนั้นที่มีกำลังซื้อไม่มาก รวมไปถึงนักเรียนประถม มัธยม ได้มารับประทานอาหารและเครื่องดื่มจากในร้าน ข้าวทุกจานเสิร์ฟด้วยข้าวหอมมะลิหุงผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์เพราะลูกค้าคือเพื่อนของเรา แล้วยังมีเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย หรือจะเลือกดื่มกาแฟร้อนๆ ก็เพลินสุดๆ
ท้ายสุดนี้เจ้าของร้านได้บอกว่า " เราไม่ได้คาดหวังตัวเงิน แต่มันคือความฝันและความตั้งใจที่จะอยู่บ้าน(ร้าน)ให้มีความสุขที่สุด ส่วนลูกค้านั้นคือเพื่อน คือลูกหลานของเราแวะเวียนมาไม่ให้เหงา มาแลกเปลี่ยนทัศนคติดีๆร่วมกัน "  หากใครชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จิบกาแฟ ดูธรรมชาติ สไตล์บ้านไร่กลางสวน ไปไร่ - ไปนา ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ไม่ควรพลาดเลยนะคะ พิกัดร้านห่างจากโรงพยาบาลท่าตะเกียบ 700 เมตร โดยเลี้ยวขวาเข้าซอยโรงน้ำแข็งมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านกรอกสะแก 500 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ร้านเปิดให้บริการทุกวัน 09.00 น. – 18.00 น. หยุดทุกวันอังคารสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน โทรศัพท์ 081-545-3275 , 085-338-9024 หรือ ไปไร่ - ไปนา 
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก ไปไร่ - ไปนา Gallery and farmstay

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

20-11-2019 (7647)

Category List

Other Idea


เปลี่ยนบ้านให้เขียวสดชื่นรับซัมเมอร์

เปลี่ยนบ้านให้เขียวสดชื่นรับซัมเมอร์

รังสรรค์บรรยากาศใหม่ๆ ให้บ้านสวยสดใสรับซัมเมอร์ ด้วยโทนสีเขียวสดชื่นแบบธรรมชาติที่มีชีวิตชีวาอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

เลือกทีวีอย่างไร ให้ลงตัวกับมุมมองแห่งความสุขทุกองศาการรับชม

เลือกทีวีอย่างไร ให้ลงตัวกับมุมมองแห่งความสุขทุกองศาการรับชม

การมองหาสมาร์ททีวีดีๆ สักเครื่องไว้ใช้ภายในบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็อาจสร้างความลำบากใจให้กับใครหลายคนไม่น้อย ว่าควรเลือกทีวีอย่างไรให้ตอบโจทย์องศาการรับชมและการแต่งบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พักผ่อนอย่างโมเดิร์น กับสวนทันสมัย

พักผ่อนอย่างโมเดิร์น กับสวนทันสมัย

สำหรับคนที่ชื่นชอบความทันสมัยแล้ว แน่นอนว่าสวนสไตล์โมเดิร์นมักเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ใช้จัดสวน เพราะไม่ต้องยุ่งยากในการบำรุงรักษา และสามารถผสมผสานฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้ใช้ประโยชน์จากมุมสวนได้มทากขึ้น

บ้าน ๑,ooo ไม้ ฟาร์มคาเฟ่กลางธรรมชาติ ณ สามโคก

บ้าน ๑,ooo ไม้ ฟาร์มคาเฟ่กลางธรรมชาติ ณ สามโคก

จากที่ดินว่างๆมีต้นจามจุรีอยู่กลางทุ่ง กลายเป็นเกษตรคาเฟ่ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีตัวบ้านสร้างรายได้ให้กับครอบครัว