เสิ่นหยาง กลิ่นอายของเมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์ชิง


เสิ่นหยาง เมืองแห่งประวัติศาสตร์และร่องรอยวัฒนธรรมโบราณที่ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายแห่งวันวานอันเลื่องลือของอดีตเมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์ชิง ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งการค้นหาไม่ต่างจากพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่ง

Photographs: K. Kulwadee Kullapakphong

เสิ่นหยาง (Shenyang) อดีตเมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์ชิงที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันกลายเป็นเมืองเอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของมณฑลเหลียวหนิง
แม้เสิ่นหยางจะถูกแทนที่ความเป็นเมืองหลวงโดยปักกิ่ง แต่บทบาทความสำคัญของอดีตเมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์ชิงก็ยังส่งผลให้เมืองเสิ่นหยางในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศษรฐกิจ และการคมนาคมอันสำคัญของมณฑลเหลียวหนิง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักและการแปรรูปวัตถุดิบ และในปี 2006 เมืองแห่งนี้ยังได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานแสดงพฤกษานานาชาติ รวมถึงการร่วมมือกันระหว่างกรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นเจ้าภาพการจัดงานโอลิมปิกแข่งขันฟุตบอลที่สนามแข่งย่อยในปี 2008
จากอดีตเมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงทำให้พื้นที่ภายในเมืองเสิ่นหยางแห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวัฒนธรรมโบราณอันเก่าแก่ของพระราชวังเก่าที่มีความสำคัญยิ่ง เฉกเช่นพระราชวังต้องห้ามของเมืองปักกิ่ง
พระราชวังโบราณเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace, The Mukden Palace)
จากอดีตถึงปัจจุบัน
นอกจากพระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชวังอันงดงามและยังคงความสมบูรณ์แบบแห่งสถาปัตยกรรมไว้อย่างเต็มเปี่ยม พระราชวังโบราณแห่งเมืองเสิ่นหยาง อดีตเมืองหลวงอันเก่าแก่แห่งราชวงศ์ชิง ก็นับได้ว่าเป็นพระราชวังอีกแห่งหนึ่งซึ่งงดงามไปด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันสวยงามแห่งยุคสมัยในอดีตที่ควรค่าแก่การรักษาและเดินทางมาเยี่ยมชม โดยพระราชวังโบราณเสิ่นหยางแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าในเสิ่นหยาง ซึ่งนับเป็นพระราชวังแห่งแรกที่ได้รับการสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง หลังจากที่แมนจูได้สถาปนาเสิ่นหยางขึ้นเป็นเมืองหลวง จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจของประเทศจีน และสิ้นสุดลงเมื่อราชวงศ์ชิงล่มสลายในเวลาต่อมา ในปัจจุบันเมืองเสิ่นหยางได้เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ได้ โดยสามารถเดินทางมาอย่างง่ายดายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานี Zhong Jie Station (Middle Street 中街) ทางออก C สำหรับช่วงเวลาในการเข้าเยี่ยมชมจะแบ่งเป็น 2 แบบ 
- ช่วง 10 เมษายน – 10 ตุลาคม เปิด 8:30 น. - 17:30 น. หยุดจำหน่ายตั๋ว 16:45 น.
- ช่วง 11 ตุลาคม  –  9 เมษายน เปิด 9:00 น. - 16:30 น. หยุดจำหน่ายตั๋ว 15:45 น.
หมายเหตุ : ปิดทำการทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เปิดเวลา13:00 น.) ส่วนราคาเข้าชมอยู่ที่ 50 หยวน 
คุณค่าแห่งความงามทางสถาปัตยกรรม
การออกแบบสถาปัตยกรรมของพระราชวังเสิ่นหยาง โดดเด่นด้วยรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างความงามในแบบจีนมองโกเลียและแมนจู โดยรูปแบบโครงสร้างของพระราชวังมีความคล้ายคลึงกับพระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่ง บริเวณด้านในมีการจัดวางผังแบ่งสัดส่วนอาคารที่ตั้งเรียงรายมากมายกว่า 300 หลัง บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร และในระยะเวลาต่อมา องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศให้พระราชวังเสิ่นหยางแห่งนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987)
เอกลักษณ์แห่งงานสถาปัตยกรรมอันงดงาม
เนื่องจากพระราชวังเสิ่นหยางได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเป็นกู้กง หรือพระราชวังต้องห้ามเช่นเดียวกับพระราชวังต้องห้ามในเมืองปักกิ่ง จึงทำให้พระราชวังทั้งสองแห่งนี้มีรูปแบบของงานสถาปัตตยกรรมที่คล้ายคลึงกันมาก แต่พระราชวังเสิ่นหยางมีขนาดเล็กมากกว่า 12 เท่า อีกทั้งยังได้รับการสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ชาวแมนจู ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ชิง โดยเริ่มก่อสร้างพระราชวังในปี ค.ศ. 1625 หลังจากราชวงศ์ชิงได้สถาปนาเสิ่นหยางขึ้นเป็นราชธานี ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 10 ปี 
ด้วยเอกลักษณ์แห่งการผสมผสานระหว่างศิลปะและวัฒนธรรมจากชาวฮั่น แมนจู มองโกล หวย และทิเบต จึงเกิดเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยสีสันแห่งชาติพันธุ์ที่ชัดเจนและน่าสนใจ บริเวณด้านในปรากฎเป็นป้ายอักษรจีนสี่ตัวว่า "เจิ้งต้ากวงหมิง" (正大光明) เช่นเดียวกับที่ติดไว้ภายในพระราชวังต้องห้ามของเมืองปักกิ่ง ซึ่งเป็นป้ายที่สื่อความหมายถึงการย้ำเตือนให้ผู้ปกครอง ปกครองเมืองด้วยความเที่ยงตรงและยึดมั่นในหลักการ
บริเวณหลังคาของพระราชวังงดงามไปด้วยโทนสีเหลืองทองตัดขอบเขียว เนื่องจากเมืองเสิ่นหยางเป็นดินแดนของชาวแมนจูที่มีวิถีชีวิตในการล่าสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพและทำศึกสงครามบนหลังม้ามาโดยตลอด สีเขียวที่ถูกนำมาตกแต่งพระราชวังจึงสะท้อนถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติของชาวแมนจู ซึ่งแตกต่างจากพระราชต้องห้ามของเมืองปักกิ่งที่เป็นสีเหลืองทองล้วน ในส่วนของป้ายที่ติดอยู่ตามตำหนักต่าง ๆ ของพระราชวังโบราณเสิ่นหยางและเมืองปักกิ่ง มีทั้งภาษาแบบชาวฮั่นและแมนจู แต่ต่างกันตรงที่ตัวหนังสือแบบพระราชวังต้องห้ามเมืองปักกิ่ง ตัวหนังสือฮั่นจะอยู่ทางด้านซ้าย ตามด้วยตัวหนังสือแมนจูอยู่ทางขวา ส่วนตัวหนังสือบนป้ายในพระราชวังที่เสิ่นหยางจะสลักตัวหนังสือแมนจูอยู่ทางซ้ายและตัวหนังสือแบบฮั่นทางด้านขวา
บริเวณทางเข้าของพระราชวังเสิ่นหยางมีการจัดวางประตูตามรูปแบบงานสถาปัตยกรรมของชาวแมนจู โดยการออกแบบประตูทางเข้าไว้ในบริเวณด้านซ้ายและด้านขวาแทนการตั้งไว้ในโซนกลางของอาคาร ซึ่งแตกต่างจากพระวังต้องห้ามของเมืองปักกิ่งที่ประตูทางเข้าอาคารด้านในของพระราชวังหรือตำหนักต่าง ๆ จะนิยมออกแบบไว้ตรงกลาง
นอกจากพระราชวังโบราณที่มากไปด้วยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์อันล้ำค่าแล้ว ภายในบริเวณพระราชวังเสิ่นหยางยังมีพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากถึง 100 ชิ้น อาทิเช่น เครื่องประดับ งานประติมากรรม ภาพจิตรกรรม รวมถึงเครื่องถ้วยลายคราม เป็นต้น โดยวัตถุโบราณที่นำมาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ล้วนผ่านการคัดเลือกสรรกว่า 100,000 รายการ ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของจักรพรรดิ ตลอดจนถึงผลงานศิลปะอันล้ำค่าตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง
ถัดจากพระราชวังโบราณเสิ่นหยางมาไม่ไกลจะพบกับถนน GanShiQiao Xiang ซึ่งเป็นถนนที่โดดเด่นไปด้วยอาหารมากมาย เช่น ของปิ้งย่าง ของทอด เต้าหู้เหม็น น้ำดื่ม และผลไม้เคลือบน้ำตาลต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองใหม่และเสน่ห์ความสวยงามแบบเมืองโบราณในอดีต 

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

25-10-2019 (7610)

Category List

Other Idea


บ้านโมเดิร์น สองชั้น เรียบง่าย ในฟาร์มเก่าที่เท็กซัส

บ้านโมเดิร์น สองชั้น เรียบง่าย ในฟาร์มเก่าที่เท็กซัส

วันนี้ forfur พาเพื่อนๆมาเยี่ยมชมบ้านในเมืองออสติน ในรัฐเท็กซัส, อเมริกาค่ะ บ้านฟาร์มที่อบอุ่นอยู่อย่างสบาย ผสมผสานกับการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ดูเรียบง่าย ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

หลากไอเดียจัดครัวขนาดเล็ก เก็บให้สมาร์ท

หลากไอเดียจัดครัวขนาดเล็ก เก็บให้สมาร์ท

บ้านเล็กๆก็ต้องมีครัวเล็กๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลดข้อจำกัดในการใช้งาน ลองมาดูไอเดียต่อไปนี้และนำไปจัดการกับห้องครัวขนาดเล็กของคุณกันได้เลย

บ้านหลังน้อยสำหรับวัยซน จากเศษไม้เหลือ

บ้านหลังน้อยสำหรับวัยซน จากเศษไม้เหลือ

บ้านไหนที่มีเด็กในวัยเรียนรู้เราอยากให้ดูบ้านน้อยหลังนี้เป็นตัวอย่างค่ะ บางที....พื้นที่เล็กๆขนาด 6 ตารางเมตร ก็เพียงพอแล้วที่เสริมพัฒนาการของเค้าให้เติบโตสมวัย

วัสดุทางเลือกใหม่...อิสระแห่งงานดีไซน์ไร้ขีดจำกัด โดย เสือ มาร์เบิ้ล เรนเดอร์

วัสดุทางเลือกใหม่...อิสระแห่งงานดีไซน์ไร้ขีดจำกัด โดย เสือ มาร์เบิ้ล เรนเดอร์

มาก้าวสู่ความทันสมัยไปพร้อมๆ กับนวัตกรรม วัสดุผสมปูนซีเมนต์ โดย เสือ มาร์เบิ้ล เรนเดอร์ (Marble Render)เพื่อที่คุณจะพบว่า ... ที่สุดแห่งงานดีไซน์ ไม่มีคำว่า ‘ข้อจำกัด’ อีกต่อไป