เมื่อความขัดแย้งในบ้าน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่


สำหรับบ้านตึกแถวปัญหาส่วนใหญ่ที่ทุกบ้านต้องเผชิญคงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการกับของในบ้านที่ไม่เป็นสัดเป็นส่วน ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ของก็เยอะรกและแน่นเต็มไปหมดตามจำนวนคน นอกจากจะรกแล้วก็ยังสะสมฝุ่นและทำความสะอาดลำบากอีกด้วย แต่คงจะดีถ้ามีพื้นที่ในบ้านถูกทำให้สามารถเก็บจัดของให้เป็นสัดส่วนลงตัวและน่าอยู่น่าอาศัย
วันนี้ Forfur.com จะขอหยิบยกเรื่องราว ของสมาชิก Pantip หมายเลข  3204567 เชื่อเลยว่าหลายๆ คนที่อยู่บ้านตึกแถวจะต้องปวดหัวกับปัญหาการจัดการของในบ้านให้เป็นสัดส่วนกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในบ้านเป็นจำนวนมากแล้ว การจัดวางของ ความเป็นส่วนตัว หรือความน่าอยู่อย่างที่ควรจะเป็นจึงหายไป
ซึ่งไม่ต่างกับเรื่องราวภายในบ้านของครอบครัว อนันต์เกษมสันต์ ที่เป็นเรื่องราวของบ้านที่โชคดีที่ได้ปรับบ้านเปลี่ยนชีวิตกับรายการ Home Makeover ที่ปรับบ้านที่มีข้าวของเยอะแยะเต็มไปหมดให้กลายเป็นบ้านใหม่แบบที่ใครเห็นแล้วก็ต้องอึ้ง ทึ่ง กับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
“ครอบครัวของผม เป็นครอบครัวคนจีน อาศัยอยู่ในตึกแถวแห่งหนึ่งย่านตลาดสะพาน 2 มีป๊า มีม๊า ผม เฮียตี๋ใหญ่ และเจ้ผึ้ง (ภาพนี้ถ่ายไว้ตอนตรุษจีนเลยมีญาติๆ ด้วยครับ) ทำเลนี้ป๊ากับม๊าชอบ เพราะจะออกไปซื้อวัตถุดิบเครื่องปรุงก็ง่าย จะเอาออกไปขายก็สะดวก ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตมากับสภาพบ้านแบบที่เห็นนี่แหละครับ ของเยอะๆ แน่นๆ เพราะที่บ้านเราขายบ๊ะจ่าง
ซึ่งการทำบ๊ะจ่างก็เป็นรายได้หลักที่เลี้ยงดูพวกเราทุกคนในครอบครัว แต่พวกอุปกรณ์ข้าวของในบ้านเรามันเยอะและแน่นไปหมด เวลาทำอะไรก็จะไม่ค่อยสะดวก พอไม่มีที่ระบายกลิ่นก็จะอบอวลอยู่ในบ้านตลอดเวลา ทีนี้เวลาทำบ๊ะจ่างกันพวกเราก็เลยจำเป็นต้องออกมาทำหน้าบ้านถึงขนาดล้นออกมาริมถนนเลยทีเดียว
จากคำบอกเล่าของคุณตี๋เล็ก ลูกชายคนเล็กของครอบครัวที่บอกถึงจุดที่ความคิดของตัวเขาเองแตกต่างกับพ่อของเขาอย่างชัดเจนว่าอยากให้ครอบครัวอยู่กันอย่างเป็นสัดเป็นส่วนมากกว่านี้ แต่คุณพ่อทีค่อนข้างที่มีความเห็นที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เพราะพ่อ เลือกที่จะ
“ อยู่ในบ้าน กับครอบครัว 5 คน ในบ้าน อายุ 36 ปี สภาพแบบนี้ ”
ป๊ากับม๊าผม เป็นคนบ้าสมบัติมาก ชอบเก็บทุกสิ่งอย่างไว้ในบ้าน ไม่ยอมทิ้ง..
เวลาค้นหรือรื้อของมาแต่ละครั้ง ก็ไม่น่าเชื่อครับว่ามีสมบัติที่เก็บมาตั้งแต่รุ่นอากงเลย
ตรงไหนมีพื้นที่ว่าง ตรงนั้นมักกลายเป็นห้องเก็บของ
บ้านเรากว้างนะครับ แต่พื้นที่ใช้สอยน้อยมากจริงๆ มีแต่ของวางเรียงรายตามทางเต็มไปหมด
ห้องครัว ที่ทั้งฝ้าและผนังแตกรั่ว แสงก็ไม่พอ แถมของยังเยอะและเหม็นอับมากๆอีกต่างหาก 
ห้องน้ำที่ ทำให้ผมพะวงทุกครั้งเวลาออกไปทำงานนอกบ้าน มันทั้งเก่าทั้งลื่น ไม่มีที่จับ ไม่เหมาะกับคนสูงอายุใช้เลย กลัวว่าวันนึง ถ้าป๊ากับม้าล้มในห้องน้ำพวกผมจะทำยังไง .. 
แม้กระทั่งห้องนอนก็เช่นกัน ของส่วนตัวของแต่ละคนเต็มไปหมด
ไม่เว้นแม้แต่โต๊ะทำงาน ใช้สอยเต็มพื้นที่สุดๆ
ส่วนบันได ที่แทบไม่มีที่จะเดิน 
มันจึงเป็นบ่อเกิดของ ความขัดแย้งขึ้นครับ ….
จากปัญหา แค่เรื่องพื้นที่ หรือความรกทำให้ความขัดแย้งภายในครอบครัวของผมรุนแรงขึ้นครับ เพราะป๊ากับม๊า ไม่เคยจะโละของทิ้งเลย ตู้บางตู้ไม่ได้เปิดมาเป็นเวลาหลายปีก็ไม่ยอมทิ้ง แถมยังเก็บสะสมของที่คนนูู้นคนนี้ให้ จนทำให้บ้านกลายเป็นสภาพอย่างที่คุณเห็น ผม ตี่ใหญ่ และเจ๊ผึ้ง มีความเห็นที่ตรงกัน  คือ เราต้อง “ขาย” บ้านหลังนี้ แล้วไปซื้อบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอมากกว่านี้
.. แต่ป๊า ไม่เคยฟังความคิดของพวกเราครับ ป๊ามักจะบอกว่าพวกเรา ติดเว่อร์ ติดสบาย จะเคลียร์ของที่กองอยู่รกเต็มบ้าน ป๊าก็ไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะไม่ทิ้ง ป๊าเคยพูดถึงกระทั่งว่า “ถ้ามีปัญญาอยากจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป ป๊าจะอยู่ที่นี่” จนบางครั้ง พวกเราสามคน ที่เป็นลูกก็รู้สึกลำบากใจกับสภาวะแบบนี้อยู่ไม่น้อยเลยครับ
ลึกๆ เราแค่อยากให้ป๊ารู้ว่าที่เราอยากจะเอาของไปทิ้ง หรืออยากจะย้ายที่อยู่ใหม่ ไม่ได้อยากจะดูโก้หรูอะไรเลย แต่วันนี้ เราทุกคนโตขึ้น มีหน้าที่การงาน ระดับหนึ่ง ก็อยากให้ป๊ากับม๊าอยู่สะดวกสบายขึ้น
เราไม่อยากเสียใจทีหลัง หากวันหนึ่งป๊าหรือม๊าเกิดลื่นล้มในห้องน้ำ หรือกองของที่สูงพะเนินมันตกลงมา ทำให้ป๊ากับม๊าได้รับอันตรายได้
เมื่อความต้องการ ของสมาชิกในครอบครัวสองวัย ไม่ตรงกัน หัวเด็ดตีนขาด อย่างไร ป๊ากับม๊า ก็จะไม่ย้ายไปที่ไหน  ส่วนพวกเราที่เป็นลูกๆ ก็อยากจะให้บ้าน มีสุขลักษณะที่ดี มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ พวกเราเลยไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้อย่างไร เพราะพวกเราก็ไม่อยากให้ป๊าและม๊าอยู่กันลำพังสองคนแน่นอน
จนกระทั่งผมได้เจอประกาศการรับสมัครโครงการ Home Makeover ผมก็ไม่ลังเลที่จะลองสมัครเข้าร่วม แม้โอกาสจะมีไม่มากแต่ก็ลองสร้างกันดู จนกระทั่งความหวังกลายเป็นจริงเมื่อพวกเราได้รับคัดเลือกจากทางรายการ ตอนนั้นยังจำได้ดีว่าป๊าก็ยังคัดค้านอยู่ว่าจะทำไปทำไมวุ่นวาย แต่ผมก็บอกไปว่าป๊าครับมันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ อีกอย่างเขาทำให้เราฟรีๆ เลยนะทำไหม? กล่อมอยู่นานจนยอมใจอ่อนลองดูสักตั้ง
เหมือนฝันที่เป็นจริงครับ  ได้เจอคุณเกรซตอนที่เขามาสำรวจบ้านด้วย ตื่นเต้น
และนี่ คือบ้านของเรากับความเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ครับ
หน้าบ้าน ถูกกั้นกระจกเพื่อเป็น Function สำหรับให้พ่อและแม่วางตู้แช่สำหรับการทำบ๊ะจ่างขาย และป้องกันไม่ให้กลิ่นเข้ามาในบ้านอีกด้วย
จากพื้นที่เต็มไปด้วยของ และโต๊ะอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ 
กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว 
จากที่เคยเป็นห้องเก็บของที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ 
จากเดิมที่ ของกระจัดกระจายแออัดเต็มพื้นที่ 
กลับมาสามารถเก็บของได้เป็นสัดส่วนมากขึ้น 
แถมมีมุมทานข้าว แบบพร้อมหน้าพร้อมตาอีกตังหาก
และมีมุมสำหรับตีจู่เอี๊ยะ ที่บ้านคนจีนทุกบ้านต้องมีก็สวยงามสง่าขึ้น 
นอกจากนี้ทางโฮมโปรยังได้ทำ Wall Storage เพื่อใช้พื้นที่ชั้นลอยในการเก็บของได้เป็นสัดส่วน เพราะชั้นล่างของเรา ของเยอะจริงๆ ครับ
จากห้องนอนที่มีพื้นที่ทำได้แค่นอน 
เป็นห้องนอนที่มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาทั่วถึงทั้งห้อง
ห้องครัวที่ทั้งเพนดานแตก น้ำรั่วซึม และแสงสว่างส่องให้ไม่ทั่วถึง 
เป็นครัวที่มีแสงสว่างอย่างทั่วถึง มีพิ้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน และยังมีอากาศถ่ายเทอย่างทั่วถึงครับ 
จากห้องน้ำ ที่ต้องกังวล เป็นห่วงพ่อแม่ทุกครั้ง
เป็นห้องน้ำที่ถูกแบ่ง Function การใช้งาน เป็นสัดส่วน ที่ปูด้วยกระเบื้องกันลื่น และมีราวจับสำหรับผู้สูงอายุวัย อย่างป๊ากับม๊า
บันไดที่เดินตอนกลางคืนก็หวาดเสียวเหลือเกิน .. 
ถูกปรับให้มีหน้าตาแบบนี้มีช่องแสงลอดผ่าน
รายการ Home makeover ไม่ได้เปลี่ยนแค่สภาพบ้านของผมเท่านั้น แต่มันเหมือนกับเปลี่ยนชีวิตของผมไปเลย ให้ทุกๆ วันที่เดินเข้าบ้านผมยังถามตัวเองเสมอว่า “นี่มันบ้านเราจริงๆ เหรอเนี่ย!”
จากที่ตี๋ใหญ่จะชอบหมกตัวชั้นบนก็มาอยู่ข้างล่างกับทุกคนตลอด ต่อให้มีงานก็ขนลงมาข้างล่าง พื้นที่ห้องโถงกลางบ้านกลายเป็นส่วนที่ทำให้ทุกคนคุยกันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น เหมือนทำให้พวกเรามีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยมีเลยครับ ส่วนบริเวณหน้าบ้านที่เราทำบ๊ะจ่างกันก็เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้นเพราะส่วนที่ล้ำออกไปบนถนนก็เข้ามาอยู่ในบริเวณส่วนเวิ้งหน้าบ้านไม่ต้องเหนื่อยขนเข้าขนออกแล้ว รบกวนเพื่อนบ้านน้อยลงกว่าเดิม และเราก็สัญญากันว่าทุกคนจะทำให้พื้นที่ในบ้านเราสะอาดโล่งและน่าอยู่แบบนี้ตลอดไป ไม่กลับไปวางของรกระเกะระกะอย่างเดิมแน่นอนครับ
สำหรับใครที่อยากดูเรื่องราวตั้งแต่เริ่มไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครอบครัวของเราก็สามารถเข้าไปติดตามชมได้ที่ https://goo.gl/rvr2xs
30 วันจากที่เราห่างบ้านกันไป จากที่ผมขอให้ทุกคนเชื่อในการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะป๊า ที่ผมอยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่ลูกๆ คิดนั้นก็เพื่อให้เราทุกคนในครอบครัวมีความสุข และจากที่เห็นคิ้วขมวดๆ ของป๊าทุกครั้งที่เราจะคุยเรื่องการทิ้งของหรือปรับแซมบ้าน และวันนี้ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มและความรู้สึกที่ดี ขึ้นจริงๆ อยากขอบคุณ Homepro ครับที่ทำให้ความขัดแย้งหายไป ได้ทั้งบ้านใหม่และความรักกลับมา
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตของพวกเราไปเยอะมากเลยครับ
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก http://pantip.com/topic/35393350

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

18-07-2016 (5836)

Category List

Other Idea


รีโนเวทบ้านเก่า เป็นคลินิกศัลยกรรมสุดโมเดิร์น (Submit Your Work #114)

รีโนเวทบ้านเก่า เป็นคลินิกศัลยกรรมสุดโมเดิร์น (Submit Your Work #114)

เปลี่ยนบ้านหลังเดิมให้กลายเป็นคลินิกสไตล์โมเดิร์น หน้าตาจะมีความต่างจากคลินิกทั่วไปอย่างไร ไปชมกันค่ะ

เติมความรื่นรมย์ให้ทุกมุมสวน ด้วยศาลาไม้สไตล์คลาสสิก

เติมความรื่นรมย์ให้ทุกมุมสวน ด้วยศาลาไม้สไตล์คลาสสิก

บ่อยครั้งที่การนั่งเล่นในสวนก็สามารถเปลี่ยนวันที่แสนธรรมดาให้เป็นมากกว่าความสุขใจในการพักผ่อน เพราะนอกจากจะได้สัมผัสสายลมเอื่อยๆ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าและเย็นแล้ว กลิ่นของต้นไม้ใบหญ้าภายในสวนก็ยังพร้อมปลุกประสาทสัมผัสทั้งห้าให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

D Bistro เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ณ ประตูท่าแพ

D Bistro เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ณ ประตูท่าแพ

ช่วงนี้ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เสียงเพลงสงกรานต์ และเสื้อลวดลายดอกนะคะ เหมือนกำลังจะบอกเราเป็นนัยๆว่า เทศกาลของความสนุกและช่วงเวลาที่คนบ้านไกลจะได้อยู่กับครอบครัวมาถึงแล้ว...วันนี้ไปเที่ยวเชียงใหม่กัน

วันหยุดสุดชิว...ย้อนวันวาน ริมสายน้ำจันทบูร

วันหยุดสุดชิว...ย้อนวันวาน ริมสายน้ำจันทบูร

ภาพวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำเก่า ท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยสีสันของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว...