เปลี่ยนอาคารเก่าอายุ 40 ปี เป็นพื้นที่หลากฟังก์ชั่นกับบรรยากาศคาเฟ่ในฝันของนักออกแบบ (Submit Your Work#423)


จากอาคารเก่าอายุราว 40 ปี ในย่านวิภาวดีที่ถูกปล่อยทิ้งร้างจนสภาพทรุดโทรม ได้ถูกชุบชีวิตใหม่เป็นพื้นที่หลากฟังก์ชั่น ภายใต้บรรยากาศคาเฟ่ในสวนที่สามารถเป็นทั้งพื้นที่ทำงานและเป็นสถานที่สำหรับการพบปะสังสรรค์ไปพร้อมกัน

Architect:SO.AR.

Architect: SO.AR.

เมื่อทีมผู้ออกแบบจาก SO.AR. :  Space Oddity Architect มีความตั้งใจในการมองหาสถานที่สำหรับนั่งทำงาน และใช้เป็นพื้นที่สำหรับพบปะลูกค้าและเพื่อนฝูง จึงนำมาสู่โจทย์ในการค้นหาสถานที่อันเหมาะสมสำหรับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานตามต้องการ ภายใต้แนวคิด "พื้นที่ที่เราอยากให้เป็นอะไรก็ได้" โดยต้องเป็นโลเคชั่นที่มีสเปซสำหรับจอดรถส่วนตัว ซึ่งตรงกับทำเลของอาคารพาณิชย์เก่าในย่านถนนวิภาวดี-รังสิตที่มีอายุราว 40 ปี โดยถูกปล่อยทิ้งร้างและไม่ได้ใช้งานมายาวนานจนสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงทำให้ทีมสถาปนิกจาก SO.AR. ตัดสินใจเลือกอาคารเก่าหลังนี้สำหรับทำเป็นคาเฟ่ในฝัน ภายใต้ชื่อ "Too Can Cafe" ที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานและสถานที่พบปะสังสรรค์ ด้วยฝีมือการออกแบบรีโนเวทอาคารใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง
เนื่องจากอาคารพาณิชย์หลังนี้ไม่ได้มีการใช้งานและถูกปิดตัวไว้ระยะหนึ่ง จึงทำให้สภาพของอาคารค่อนข้างมีความทรุดโทรม อีกทั้งยังมีความเก่าแก่ที่ถูกก่อสร้างมาเป็นเวลานานราว 40 ปี ทำให้สภาพพื้นที่ด้านในอาคารมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยระดับความสูงของฝ้าเพดานที่ค่อนข้างเตี้ยมากกว่าปกติ เพราะอาคารมีอายุมาก จึงมีการยกระดับความสูงของพื้นเพิ่มขึ้นตามความสูงของถนน ซึ่งทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารมีความทึบตันจากพื้นยกสูงจนฝ้าเพดานต่ำไปจากเดิม
ด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารที่มีความทึบตันและไม่น่าอยู่ จึงนำมาสู่การรีโนเวทครั้งใหญ่ของอาคารเก่าหลังนี้ โดยทีมสถาปนิกผู้เป็นเจ้าของโปรเจคเลือกแก้ไขปัญหาความสูงของฝ้าเพดานและความทึบของพื้นที่ภายในให้มีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น พร้อมเลือกใช้วัสดุจากอาคารเดิมที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เริ่มด้วย facade ด้านหน้าอาคารที่มีการออกแบบใหม่ให้ดูแตกต่างไปจากอาคารรอบข้าง แต่คงการใช้วัสดุที่มีความเป็นธรรมดามากที่สุด โดยการเลือกใช้กระเบื้องหลังคาลอนใสมาตกแต่งเป็น facade ด้านหน้า พร้อมเพิ่มความพิเศษให้อาคารดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการดีไซน์ facade ที่เชื่อมต่อกับหลังคาให้มีทรงสโลปลาดเอียงมากกว่าปกติจนเกือบตั้งฉาก ซึ่งสามารถนำเสน่ห์ของการจัดแสงไฟในโทนสีที่แตกต่างมาช่วยสร้างบรรยากาศให้กับตัวอาคารในช่วงเวลายามค่ำคืนได้ดี
สำหรับพื้นที่ภายในอาคารมีการออกแบบพื้นที่ใช้งานออกเป็น 3 ส่วน เริ่มด้วยโซนแรกที่จัดวางเป็นฟังก์ชั่นของ Cafe & Plant Shop ซึ่งทีมผู้ออกแบบมีการรื้อพื้นที่บริเวณชั้น 2 ออก เพื่อดีไซน์ส่วนใช้สอยภายในอาคารให้มีความโปร่งโล่งแบบ Double Space จึงช่วยแก้ไขบรรยากาศที่ทึบตันภายในอาคารให้มีความโปร่งสบายและดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้ผ่านหลังคาลอนใสที่มีการติดตั้งไว้บริเวณด้านบนของอาคาร ซึ่งดูเข้ากันดีกับพื้นที่ภายในร้านที่มีการจัดสวนปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น โดยมีการนำต้นไม้บางส่วนมาจากคอนโดเดิมของผู้ออกแบบที่เป็นเจ้าของคาเฟ่แห่งนี้ รวมทั้งยังมีการสรรหาต้นไม้อีกหลากหลายพันธุ์มาสร้างสีสันให้พื้นที่ภายในอาคารมีชีวิตชีวาตามคอนเซ็ปต์ของร้านคาเฟ่ในบรรยากาศ Indoor Garden ที่รื่นรมย์ไปด้วยพรรณไม้หลากชนิด
แม้จะมีการรื้อพื้นที่บางส่วนภายในอาคารออก แต่ทีมสถาปนิกก็มีการเก็บรักษาโครงสร้างเดิมของอาคารไว้เช่นกัน ด้วยการเก็บตงพื้นไว้ให้เห็นโครงสร้างเดิมของอาคารที่เคยมีอยู่เดิมให้คงอยู่ เพื่อสะท้อนเสน่ห์ของกลิ่นอายเก่าภายในอาคารเดิมให้มากที่สุด โดยมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยส่วนที่สองให้เป็นพื้นที่สำหรับโซน Canteen & Co-Working Space สำหรับใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารและนั่งทำงาน ซึ่งมีการเลือกใช้โต๊ะกึ่งบาร์ทรงสูงประมาณ 90 ซม. เป็นเฟอร์นิเจอร์ใช้งานหลักของพื้นที่ในโซนนี้
บริเวณชั้น 2 ของอาคารที่มีการรื้อพื้นเดิมออก และคงเหลือพื้นบางส่วนไว้สำหรับใช้งาน จึงทำให้ได้สเปซแปลกใหม่ที่เป็นเหมือนชั้นลอยด้านบน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศกับพื้นที่ชั้นล่างได้อย่างต่อเนื่องถึงกัน โดยมีการจัดวางพื้นที่ส่วนนี้เป็นโซน Working & Showroom ตามความตั้งใจของผู้ออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบริเวณนี้เป็นเหมือน Art Gallery ขนาดย่อมที่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้ามาจัดแสดงผลงานต่าง ๆ ในบริเวณนี้ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ในส่วนของ Urban Farming ที่ออกแบบเป็นแปลงทดลองเกษตรกรรม โดยในช่วงแรกมีการปลูกต้นปอเทือง เพื่อปรับสภาพดินเดิมให้มีการเพิ่มไนโตรเจนในดินมากขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถปลูกพืชพรรณชนิดอื่นได้มากขึ้น ตามความตั้งใจของผู้ออกแบบที่เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งอยากให้มีแปลงผักที่สามารถผลิตวัตถุดิบที่ปลอดภัยมาใช้เสิร์ฟเป็นเมนูแสนอร่ยภายในร้านได้ โดยในอนาคตทางคาเฟ่แห่งนี้ก็มีแพลนที่จะเลี้ยงไก่ไข่เป็นฟาร์มขนาดเล็กของตัวเองอีกด้วยเช่นกัน
สนใจผลงานออกแบบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SO.AR. ตั้งอยู่ที่ 145/81 ซ.วิภาวดี33 ถ.วิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. 10210  โทร. 081-100-7575 (pook) และ 089-533-6889 (p) Email : spaceoddity.ar@gmail.com 
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/spaceoddity.ar       Instagram : spaceoddity.ar
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก SO.AR. 

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

15-09-2020 (7926)

Category List

Other Idea


Nature Style แต่งบ้านสไตล์ธรรมชาติ...สดชื่นต่อกาย ดีต่อใจ

Nature Style แต่งบ้านสไตล์ธรรมชาติ...สดชื่นต่อกาย ดีต่อใจ

อยู่เย็น เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ คือคอนเซ็ปต์ชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะด้วยความหมายอันเรียบง่ายที่หล่อหลอมวิถีชีวิตรอบกายให้สมดุล จึงพร้อมเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตท่ามกลางความสุขอย่างแท้จริง

บ้านกล่องสีขาวในย่านชานเมือง(Submit Your Work#234)

บ้านกล่องสีขาวในย่านชานเมือง(Submit Your Work#234)

บ้านหลังใหญ่แต่มากด้วยไอเดีย โดดเด่นด้วยฟาซาดและรูปทรงของบ้าน ที่ออกแบบมาได้อย่างแปลกตาแต่กลมกลืน

“ครูตู้” 22 ปีที่พ่อสร้าง จากทีวีสู่ “ครูพระราชทาน” ของเด็กไทย

“ครูตู้” 22 ปีที่พ่อสร้าง จากทีวีสู่ “ครูพระราชทาน” ของเด็กไทย

ความเจริญของชาติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ล้วนข้องเกี่ยวกับความรู้ความสามารถของประชาชน “การศึกษา” จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งที่จะพาชาติไปสู่ความก้าวหน้า

เซฟทุกความปลอดภัย อบอุ่นใจ ไร้กังวล ด้วยตู้เซฟคุณภาพ ดีไซน์สวย สไตล์เกาหลี ที่ OfficeMate

เซฟทุกความปลอดภัย อบอุ่นใจ ไร้กังวล ด้วยตู้เซฟคุณภาพ ดีไซน์สวย สไตล์เกาหลี ที่ OfficeMate

คงไม่มีใครอยากกลับมาถึงบ้าน แล้วพบว่าทรัพย์สินมีค่า หรือเอกสารสำคัญต้องอันตรธานหายไปหมด ซึ่งนอกจากการกั้นรั้วรอบขอบชิดให้ดีแล้ว การมีไอเท็มชิ้นสำคัญที่สามารถปกป้องทรัพย์สินต่างๆ ให้ปลอดภัย ก็จะช่วยสร้างความอุ่นใจได้อย่างไร้กังวล