บ้านแม่น้ำ จากเรือนไม้หลังเก่าในสังขละบุรี สู่เกสต์เฮ้าส์ริมน้ำที่งดงามท่ามกลางวิถีชีวิตอันเนิบช้า (Submit Your Work#396)


อิงแอบแนบชิดริมแม่น้ำซองกาเรียในเรือนไม้หลังเก่ากว่า 70 ปี ที่เคยเป็นโรงงานไม้ขีดไฟและโกดังเก็บของเก่า ก่อนตื่นมารับแดดเช้าวันใหม่ด้วยวิวสวยที่ไม่ไกลจากสะพานมอญ ตอนเย็นชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์พื้นถิ่นแห่งสังขละบุรี

Architect:SMO Design Studio

Architect: SMO Design Studio

แม้กาลเวลาจะพลัดพรากความสวยงามของเรือนไม้เก่าริมน้ำที่มีอายุมากกว่า 70 ปี แห่งเมืองสังขละบุรีให้ผุพังเกินเยียวยา แต่เมื่อถึงเวลาอันประจวบเหมาะก็ได้นำพาให้ "คุณเรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์" ผู้เป็นเจ้าของ ได้เดินทางมาพบเจอและมีโอกาสรีโนเวทอาคารไม้ใต้ถุนสูงริมน้ำแห่งนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นบ้านไม้หลังสุดท้ายริมแม่น้ำซองกาเรียที่เคยเป็นโรงงานผลิตไม้ขีดไฟเก่าแก่ของเมืองสังขละบุรี ก่อนจะกลายเป็นเรือนเก็บของเก่าในเวลาต่อมา และได้ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างจนผุพังในที่สุด
จากภาพของเรือนไม้เก่าผุพังที่มีลักษณะคล้ายบ้านไทยพื้นถิ่นใต้ถุนสูง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองกาเรียที่เป็นแม่น้ำสายหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี โดยไหลไปรวมกับแม่น้ำอีกสองสาย คือ แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี จึงเกิดเป็นจุดที่เรียกว่า "สามสบ" หรือ "สามประสบ" ระหว่างบริเวณสะพานมอญและวัดวังก์วิเวการามแห่งอำเภอสังขละบุรี ได้ถูกชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นเกสต์เฮ้าส์เรือนไม้ริมแม่น้ำตามความตั้งใจของ "คุณเรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์" ผู้เป็นเจ้าของ ที่อยากเปลี่ยนอาคารไม้หลังเก่าอันทรุดโทรมแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบของ "คุณตู่-พิศิษฐ์ ทองดา" และทีมนักออกแบบจาก SMO Design Studio
บ้านแม่น้ำ เป็นชื่อเรียกขานของอาคารไม้หลังนี้ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของทำเลที่ตั้ง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แห่งสายน้ำที่รุ่มรวยไปด้วยวิถีชีวิตอันเนิบช้าของชาวไทยและชาวมอญอย่างใกล้ชิด โดยทีมสถาปนิกได้รับโจทย์หลักในการออกแบบอาคารไม้หลังนี้ด้วยการทำเป็นที่พักขนาดเล็กแต่ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ไม่สามารถจัดวางจำนวนห้องพักได้มาก จึงทำให้ทีมสถาปนิกต้องวางแผนและออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมกับการให้ความสำคัญในการอนุรักษ์เสน่ห์ของความเป็นเรือนไม้เก่าแบบดั้งเดิมให้คงอยู่คู่สายน้ำ ชุมชน รวมทั้งวิถีชีวิตท้องถิ่นชองชาวไทยและชาวมอญแห่งเมืองสังขละบุรีได้อย่างกลมกลืนโดยไม่แปลกแยกออกจากกัน เพื่อให้ผู้เดินทางมาเยือนได้มีโอกาสสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเรื่องราวของสองฝั่งน้ำที่เปี่ยมไปด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีมาเนิ่นนาน ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมในอดีตที่ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 
ด้วยความต้องการในการรักษาเอกลักษณ์ของเรือนไม้ดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด ทีมสถาปนิกจึงเลือกอนุรักษ์ท่าน้ำของบ้านไว้ให้คงอยู่ โดยการออกแบบบันไดลงไปยังท่าน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยเรือสำหรับผู้ที่เดินทางมาพักผ่อนให้สามารถเข้า-ออกผ่านทางน้ำได้ แต่ในส่วนของวัสดุที่เสื่อมสภาพลงจึงทำให้ต้องรื้อองค์ประกอบของอาคารออกให้เหลือเพียงคาน ตง และหลังคา โดยเก็บเสาไม้เดิมไว้ และเน้นเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างเรือนไม้ด้วยการเพิ่มเสาปูน รวมถึงการใช้โครงสร้างเหล็กเข้ามาช่วยพยุงอาคาร ตามด้วยการรื้อไม้บริเวณผนังและพื้นออกจนหมด โดยเลือกเฉพาะไม้ที่ยังสามารถนำมาใช้งานได้ดี ซึ่งมีไม่ถึงครึ่งของจำนวนไม้ทั้งหมด ทำให้ทีมสถาปนิกต้องผสมผสานวัสดุชนิดใหม่ที่มีน้ำหนักเบาและง่ายต่อการใช้งานอย่าง แผ่นซีเมนต์สำเร็จรูป มาใช้ในการปูพื้นแทนไม้เก่าส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้
ภายใต้โจทย์ในการรีโนเวทเรือนไม้หลังเก่าให้กลายเป็นเกสต์เฮ้าส์สำหรับพักผ่อนที่พร้อมรองรับผู้มาเยือน ทีมสถาปนิกจึงเลือกจัดวางฟังก์ชั่นใช้สอยภายในอาคารให้สามารถใช้งานได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องพักผ่อนส่วนตัว ระเบียงนั่งเล่น โซนต้อนรับ มุมบาร์กาแฟสำหรับเป็นโซนเครื่องดื่มและทำอาหารแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งยังมีการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นห้องพักจำนวน 2 ห้องนอนสำหรับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลเกสต์เฮ้าส์หลังนี้ โดยมีการออกแบบทางเดินเชื่อมจากโซนต้อนรับไปยังพื้นที่ใช้งานด้านล่างที่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นโซนอเนกประสงค์สำหรับแขกที่เดินทางมาพักผ่อน ซึ่งสามารถใช้เป็นมุมรับประทานอาหารหรือพื้นที่สำหรับจัดเลี้ยงได้ตามความต้องการ ด้วยการดีไซน์ระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวิวแห่งสายน้ำของเมืองสังขละบุรีได้อย่างใกล้ชิด
บริเวณห้องพักผ่อนส่วนตัวสำหรับรองรับผู้มาเยือนมีจำนวน 4 ห้องนอน ซึ่งมาพร้อมชื่อเรียกชวนจดจำที่สอดคล้องกับแนวคิดในการออกแบบห้องพักที่มีความเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมและบทกวี ตามความชอบของ คุณเรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ ผู้เป็นเจ้าของ ที่มีดีกรีเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ผจญภัย จึงนำมาสู่การเรียงร้อยถ้อยคำเป็นชื่อเรียกขานของห้องนอนทั้ง 4 ห้องตามชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์ที่แตกต่างกันออกไป อย่าง ห้องแม่น้ำรำลึก, ห้องแดดเช้า, ห้องหัวใจห้องที่ห้า และห้องเพียงความเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถรองรับแขกที่เข้ามาพักผ่อนได้ไม่เกิน 20 คนเท่านั้น โดยในแต่ละห้องนอนจะมีการให้ความสำคัญกับการจัดวางมุมระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดรับวิวอันงดงาม ท่ามกลางทัศนียภาพแห่งสายน้ำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตอันเนิบช้า
รูปลักษณ์ที่ดูไม่ชวนสะดุดตา ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศภายในที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ภายใต้ความเรียบง่ายของเรือนไม้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนจากบริบทรอบข้างโดยไม่โดดเด่นจนเกินงาม แต่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินทางมาพักผ่อนในบ้านหลังเก่าในวันวาน ซึ่งสามารถใช้เวลาไปกับการผ่อนคลายริมสายน้ำและสามารถชื่นชมความเรียบง่ายของวิถีชีวิตอันเนิบช้าได้อย่างไม่รู้เบื่อ 
สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศของเรือนไม้เก่าริมแม่น้ำ ท่ามกลางความงดงามของวิถีชีวิตแห่งเมืองสังขละบุรีก็สามารถเดินทางไปได้ที่ บ้านแม่น้ำ ตั้งอยู่ที่ 86/1 หมู่1 ถนนศรีสุวรรณ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี  จังหวัดกาญจนบุรี 
หากสนใจผลงานการออกแบบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ SMO Design Studio 
Facebook : SMO design Studio  
Email : smodesignstudio@gmail.com
Website : smodesignstudio.com
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก SMO design Studio

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

24-06-2020 (7872)

Category List

Other Idea


บ้านสไตล์ Oriental กลิ่นอายจีนที่สะท้อนวัฒนธรรมดั้งเดิม

บ้านสไตล์ Oriental กลิ่นอายจีนที่สะท้อนวัฒนธรรมดั้งเดิม

แต่งบ้านให้สวยร่วมสมัย ด้วยสไตล์โอเรียนทอลกลิ่นอายจีน ที่มาพร้อมเสน่ห์วัฒนธรรมดั้งเดิมแบบตะวันออกที่ยังอบอวลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Paperplates Creative Studio & Cafe ดื่มกาแฟพร้อมแชร์ไอเดียดีไซน์ในบรรยากาศโฮมมี่

Paperplates Creative Studio & Cafe ดื่มกาแฟพร้อมแชร์ไอเดียดีไซน์ในบรรยากาศโฮมมี่

เมื่อกลิ่นหอมๆของกาแฟเปรียบเสมือนตัวช่วยปลุกความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ของใครหลายคนให้โลดแล่นได้ง่ายยิ่งขึ้น คาเฟ่แห่งนี้จึงกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของศิลปะและกาแฟที่กลมกล่อมแบบพอดิบพอดี

แต่งบ้านสีสดใสให้เต็มไปด้วยความสนุก

แต่งบ้านสีสดใสให้เต็มไปด้วยความสนุก

การแต่งบ้านด้วยสีสดใสช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมรีเฟรชทุกความเหนื่อยล้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เชื่อมต่อพื้นที่ธรรมชาติระหว่างภายนอกและภายในบ้าน

เชื่อมต่อพื้นที่ธรรมชาติระหว่างภายนอกและภายในบ้าน

จะดีแค่ไหนถ้าทุกครั้งที่ลืมตาตื่นจะสามารถสัมผัสบรรยากาศอันแสนสดชื่นจากธรรมชาติรอบกายทั้งพื้นที่ภายนอกและภายในบ้าน