สร้างบ้านสวยสไตล์คุณให้สมบูรณ์แบบ กับ 8 เช็คลิสต์น่ารู้ก่อนสร้างบ้าน


เมื่อบ้านเป็นรากฐานชีวิตอันสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นแก่ทุกคนในครอบครัว
การสร้างบ้านจึงเป็นเรื่องที่ผู้เป็นเจ้าของควรให้ความพิถีพิถันในการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด
เพื่อสร้างบ้านในฝันให้ได้ดั่งใจคิด
การสร้างบ้านเป็นของตัวเองสักหลังอาจไม่ใช่เรื่องง่าย จึงควรต้องวางแผนและเตรียมความพร้อม เพื่อให้การสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น และได้บ้านที่สวยตรงใจทั้งรูปแบบ ฟังก์ชั่น และดีไซน์ที่ตอบโจทย์ลงตัว วันนี้ เราจึงนำ 8 เช็คลิสต์น่ารู้ก่อนการสร้างบ้านมาฝากกัน
1. ที่ดิน สถานที่ตั้งบ้านมีความสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก่อนจะสร้างบ้าน ควรเลือกทำเลที่สะดวกสบาย หลีกเลี่ยงแหล่งมลพิษ เช่น โรงงาน โรงเลี้ยงสัตว์ หรือบ่อขยะ และควรตรวจสอบขอบเขตที่ดินและสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเพื่อความถูกต้อง ซึ่งขอบเขตที่ดินนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรในการออกแบบบ้าน นอกจากนี้การทำธุรกรรมหนังสือสัญญาใดๆ ต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน เท่านั้น
2. รูปแบบและสไตล์ สภาพแวดล้อม อย่างเพื่อนบ้าน ทางเข้า ถนน ฯลฯ รวมถึงความต้องการใช้งานจะส่งผลต่อการกำหนดรูปแบบบ้านว่าจะเป็นชั้นเดียว สองชั้น หรือสามชั้น แสงแดดและทิศทางลมจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบของการจัดวางพื้นที่ต่างๆ ของบ้าน และนอกจากนั้น ความชื่นชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ล้วนเป็นตัวกำหนดสไตล์บ้านที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซึ่งสไตล์บ้านจากหนังสือ MY HOME MY STYLE โดย เอสซีจี มีด้วยกัน 6 สไตล์ ได้แก่
บ้านสไตล์ธรรมชาติ (Natural Style) เหมาะกับคนที่ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และชื่นชอบบรรยากาศการพักผ่อนแบบรีสอร์ท ซึ่งบ้านสไตล์นี้จะออกแบบพื้นที่แบบเป็นมิตรและใกล้ชิดธรรมชาติ จึงมักนิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติ แต่มีข้อจำกัดว่าวัสดุธรรมชาติไม่ทนต่อการผุกร่อน หายากและมีราคาแพง การใช้วัสดุเลียนแบบธรรมชาติที่มีคุณสมบัติทนทานและมีรูปทรงที่เที่ยงตรงกว่า จึงช่วยให้ง่ายต่อการก่อสร้างและดูแลรักษา
บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ (Thai Oriental Style) แบบบ้านที่ผสานวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นไทยในท้องถิ่น เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันอย่างลงตัว นิยมใช้วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุจากท้องถิ่น เช่น กระเบื้องดินเผาและไม้ มักออกแบบหลังคาทรงจั่วชัน ซึ่งสามารถระบายอากาศได้ดี และนิยมออกแบบพื้นที่พักผ่อนบริเวณชานภายนอกบ้านเพื่อรับลม
บ้านสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style) เหมาะกับผู้ที่นิยมความเรียบง่าย สบายๆ เป็นกันเอง และมีแผนปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยในอนาคต ด้วยมีการผสมผสานระหว่างวัสดุสมัยใหม่และวัสดุเก่าอย่างลงตัว เช่นวัสดุไม้ วัสดุทดแทนไม้ และหินสังเคราะห์ เป็นต้น โดยมักใช้สีขาวร่วมกับวัสดุที่โชว์ผิวเนื้อแท้ อย่างพื้นไม้ หินธรรมชาติ และเป็นสไตล์ที่เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป
บ้านสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) เป็นแบบบ้านที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกกับท้องถิ่นไทยในวันวาน เหมาะสำหรับคนที่ชอบความอบอุ่นอ่อนหวาน หลงใหลในบรรยากาศของกลิ่นอายในอดีต ด้วยมีรูปแบบที่งดงามนุ่มนวลจากการใช้โทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม สีโอลด์โรส หรือเขียวอ่อน เน้นวัสดุไม้ หรือไม้สังเคราะห์ หรือบอร์ดฉลุลาย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง
บ้านสไตล์คลาสสิก (Classic Style) สำหรับใครที่หลงใหลความหรูหราสง่างามแบบตะวันตก แบบบ้านสไตล์คลาสสิกที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศแถบยุโรป อิตาลีและเมดิเตอร์เรเนียน จะช่วยสะท้อนตัวตนของคุณมากที่สุด เพราะบ้านสไตล์นี้ มีความหรูหรา โอ่โถงทั้งพื้นที่และวัสดุ จากการประดับประดาด้วยเส้นสายโค้ง และองค์ประกอบการตกแต่งที่แสดงถึงความหรูหรามีฐานะ อย่างรูปปั้น หัวเสา น้ำพุ เป็นต้น
บ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) ในรูปทรงของบ้านที่เป็นรูปแบบทรงเรขาคณิตไม่ซับซ้อน เป็นสไตล์ที่มีความทันสมัย เน้นความเรียบง่าย เส้นสายน้อยๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย นิยมใช้วัสดุที่ทันสมัย เช่นกระจกผืนใหญ่ โลหะ หรือวัสดุสังเคราะห์ เป็นสไตล์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง และกำลังได้รับความนิยมในการก่อสร้างในปัจจุบัน
3. พื้นที่ใช้งานและงบประมาณเบื้องต้น สอบถามและพูดคุยความต้องการพื้นฐานของสมาชิกภายในบ้าน เพื่อกำหนดพื้นที่ใช้สอยส่วนตัวและส่วนรวม ซึ่งจะช่วยกำหนดงบประมาณในขั้นต้นได้ด้วย
หมายเหตุ : ค่าก่อสร้างโดยประมาณ = พื้นที่ใช้งาน X ราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตร
ค่าก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม 10,000 - 18,000 บาท/ตร.ม. และงานตกแต่งภายใน 4,000-8,000 บาท/ตร.ม.
4. วางแผนการใช้จ่าย เมื่อทราบค่าก่อสร้างโดยประมาณ ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ อีก ซึ่งเราอาจวางแผนการใช้จ่ายเบื้องต้นได้จากข้อมูลสถิติอัตราส่วนงบประมาณที่ใช้ในการปลูกบ้าน ดังนี้
-งานสถาปัตยกรรม 60 % + ค่าออกแบบ 7.5 %
-งานตกแต่งภายใน 20 % + ค่าออกแบบ 2.5 %
-งานสวน 4 % + ค่าออกแบบ 1%
-ค่าดำเนินการ 3 % + ค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง 2 %
5. การเลือกผู้ออกแบบและการออกแบบ ควรเลือกนักออกแบบที่มีประสบการณ์และมีผลงานออกแบบในสไตล์เดียวกัน หรือใกล้เคียงกับสไตล์ที่เราชอบและหากต้องการจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในหรือนักออกแบบสวนควรแจ้งทุกส่วนงานทราบ เพื่อให้นักออกแบบทุกคนสามารถทำงานสอดคล้องกัน นอกจากนี้ ควรแจ้งจำนวนและลักษณะสมาชิกในครอบครัว พื้นที่ใช้งานและสไตล์หรือรูปแบบของบ้าน เพื่อเป็นข้อมูลให้นักออกแบบนำไปทำงานต่อ
6. การขออนุญาตก่อสร้าง โดยทั่วไปก่อนเริ่มก่อสร้างจะต้องเขียนใบคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างที่สำนักงานเขต และต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เช่นแบบก่อสร้างที่มีลายเซ็นของวิศวกรและผู้ออกแบบกำกับ, รายการคำนวณโครงสร้างของวิศวกร, หลักฐานใบประกอบวิชาชีพของวิศวกรและผู้ออกแบบ, สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขออนุญาตและเจ้าของที่ดิน, หนังสือเซ็นอนุญาตการใช้ที่ดินจากเจ้าของที่ดินพร้อมสำเนาโฉนดที่ดิน ซึ่งระยะเวลาในการขออนุญาตจะใช้เวลาอย่างน้อย 45 วัน
7. การคัดเลือกและการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง นิยมใช้วิธีประกวดราคา อาจคัดเลือกผู้รับเหมาโดยขอดูผลงานการก่อสร้างที่ผ่านมา ให้ได้ผู้รับเหมาประมาณ 3 ราย จากนั้นจึงส่งแบบก่อสร้างให้ผู้รับเหมาไปทำเอกสารเสนอราคาค่าก่อสร้าง และนำมาขอความคิดเห็นและเปรียบเทียบราคากลางจากผู้ออกแบบเพื่อช่วยตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา
8. วางแผนควบคุมงานก่อสร้างและการส่งมอบงาน ควรหาผู้ควบคุมงานที่มีความรู้มาเป็นดูแลแทน และควรหมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่ก่อสร้างอยู่เสมอ เพื่อลดปัญหาการก่อสร้างที่ผิดพลาด ในระหว่างก่อสร้างอาจมีการส่งมอบงานเป็นงวดเพื่อให้ผู้รับเหมาเบิกค่าใช้จ่าย ซึ่งเจ้าของบ้านต้องเตรียมค่าใช้จ่ายไว้ให้พร้อมตามสัญญาที่ตกลง เช่น เมื่อเสร็จสิ้นงานโครงสร้าง เสา คาน พื้น 30 % และเมื่องานเสร็จทั้งหมด 40 % เป็นต้น โดยทั่วไปผู้รับเหมาต้องรับประกันการก่อสร้างเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี การสร้างเงื่อนไขการรับประกันทำได้โดยเมื่อเจ้าของบ้านจ่ายเงินงวดสุดท้าย ควรให้ผู้รับเหมาออกเช็คส่วนตัวค้ำประกันประมาณ 5 % ไว้ให้ ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องระบุไว้ในสัญญาว่าจ้างตั้งแต่ต้นด้วยเช่นกัน
เพียงเตรียมวางแผนการสร้างบ้านให้ครบทั้ง 8 เช็คลิสต์ที่เรานำมาฝาก และหาตัวช่วยที่เป็นเสมือนแผนที่ในการสร้างบ้าน เพื่อไม่ให้คุณหลงทางไปเสียก่อน อย่าง เอสซีจี ที่ซึ่งคุณสามารถพบกับวัสดุอุปกรณ์สำหรับบ้านได้อย่างหลากหลายและครบครัน ทั้งหลังคา ฝ้า ผนัง พื้น ไม้สังเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งภูมิทัศน์ และระบบรั้วสำเร็จรูป ก็พร้อมจะช่วยให้คุณสร้างบ้านสวยในสไตล์ที่ใกล้เคียงกับบ้านในฝันมากที่สุด
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและค้นหารายละเอียดให้บ้านสไตล์ที่ใช่ของคุณ ได้ที่ : http://www.scgbuildingmaterials.com/th/CAMPAIGN/SCG-HousingStyle.aspx
ที่มา : หนังสือ MY HOME MY STYLE BY SCG

Follow Me

Shared

Comment


forfur.com คือเว็บข้อมูลการออกแบบตกแต่งบ้าน เราไม่ได้รับงานสร้าง ออกแบบบ้านหรือจำหน่ายสินค้า

14-03-2017 (6323)

Category List

Other Idea


เสกบ้านให้มีกลิ่นอาย Warehouse เปลี่ยนโกดังเป็นบ้านเก๋

เสกบ้านให้มีกลิ่นอาย Warehouse เปลี่ยนโกดังเป็นบ้านเก๋

เพราะพื้นที่ภายในบ้านสามารถเนรมิตให้กลายเป็นบ้านเท่ๆสไตล์ Warehouse ตามแบบต่างประเทศได้ หากกำลังสงสัยว่าสไตล์นี้เค้าตกแต่งกันอย่างไร ตามไปไขคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ

รีสอร์ทเล็ก มากแรงบันดาลใจ (Submit Your Work#156)

รีสอร์ทเล็ก มากแรงบันดาลใจ (Submit Your Work#156)

ภูเก็ตอาจเป็นเมืองที่หลายคนจดจำได้ ไม่ว่าจะทะเล ท้องฟ้าสีคราม หรือสิ่งก่อสร้างอันสวยงามและมีมนต์ขลัง ร่องรอยอารยธรรมต่างๆที่รุ่งเรือง แสงสีคึกคักในเมือง ชวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเราอยากกลับมาเยือนทุกครั้ง

เนรมิตบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศสุดทันสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากสไตล์ในรูปแบบ Small Size จากบูธ OfficeMate

เนรมิตบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศสุดทันสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากสไตล์ในรูปแบบ Small Size จากบูธ OfficeMate

เมื่อพื้นที่ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การตกแต่งมุมทำงานให้เกิดความผ่อนคลายและสามารถสร้างแรงบันดาลใจเพื่อรังสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ย่อมเพิ่มอรรถรสในการทำงานให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

จากอาคารพาณิชย์สู่โรงแรมเก๋สไตล์ลอฟท์ (Submit Your Work#157)

จากอาคารพาณิชย์สู่โรงแรมเก๋สไตล์ลอฟท์ (Submit Your Work#157)

หลายคนเคยมีความฝันในวัยเด็ก บางคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นตำรวจ และมีบางคนฝันอยากเป็นเจ้าของโรงแรมเล็กๆ เช่นเดียวกับผลงานนี้